การวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงคุณภาพได้รับการนำไปใช้ในการดำเนินวิจัยอย่างหลากหลาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพเข้าถึงกลุ่มผู้ให้ข้อมูลมากกว่า ซึ่งนักวิจัยที่ใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพนั้นจะต้องเข้าไปสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงตามสภาพการณ์ แล้วจึงนำมาถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่หยิบยกงานวิจัยขึ้นมาอ่าน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี หากผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าว นับว่าเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ดังนั้นในการหาทางลัดสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์น้อยหรือไม่มีประสบการณ์ก็ควรที่จะศึกษาจากประสบการณ์ของนักวิจัยท่านอื่นๆ ซึ่งจะต้องเลือกให้สอดคล้องกับบริบทที่ตนจะศึกษา

ความหมาย ความสำคัญของระเบียบวิธีวิจัย

เมื่อกล่าวถึงความหมายของคำว่าระเบียบวิธีวิจัยนั้นจำเป็นจะต้องศึกษาจากความหมายของผู้รู้อื่น ๆ ดังต่อไปนี้
นงลักษณ์ วิรัชชัย (2560 : ออนไลน์) กล่าวว่า คำว่าวิธีวิทยาตรงกับศัพท์ภาษา อังกฤษว่า methodology (meta + hodos = way) +logie ตามรากศัพท์วิธีวิทยา หมายถึง วิทยาการหรือการศึกษาที่มีระบบเกี่ยวกับวิธีการหรือเทคนิควิธีคำว่า “วิธีวิทยาการวิจัย” จึงมีความหมายครอบคลุมระเบียบวิธีดำเนินการทุกขั้นตอนในการวิจัย ได้แก่ การกำหนดปัญหาวิจัย การศึกษาเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย การกำหนดสมมติฐานการวิจัย การกำหนดกลุ่มประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การสร้างเครื่องมือวิจัย การรวบรวม การนำเสนอ การวิเคราะห์และการแปลความหมายผลการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งรวมอยู่ในวิธีวิทยาทางสถิติตลอดจนเทคนิควิธีการวัดและการประเมินผล

ในขณะที่ รัตนะ บัวสนธ์ (2551 : น.8) ได้อธิบายว่าระเบียบวิธีวิจัยหมายถึง โลกทัศน์ (World view) หรือบางทีก็เรียกว่า กระบวนทัศน์ (Paradigm) ทฤษฎี หลักการ และการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การกำหนดกรอบปัญหาการวิจัยจนกระทั่งการนำผลการวิจัยไปเผยแพร่และใช้ประโยชน์สำหรับพจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2555 : น.548)ได้ใช้คำว่า วิธีวิทยาการวิจัย (research methodology) ซึ่งให้ความหมายว่าศาสตร์ว่าด้วยวิธีการวิจัย (research methods) ซึ่งใช้ในการศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้ความจริงและการประดิษฐ์นวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ระเบียบวิธีวิจัยแบ่งได้หลายประเภทขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง เช่น ถ้าใช้การควบคุมตัวแปรเป็นการแบ่งประเภทสามารถจำแนกวิธีวิจัยเป็นวิธีทดลอง (experimental methods) และวิธีไม่ทดลอง (non-experimental methods) ถ้าใช้ลักษณะข้อมูลและการออกแบบวิจัยเป็นเกณฑ์แบ่งประเภท สามารถจำแนกระเบียบวิธีวิจัยเป็นระเบียบวิธีเชิงปริมาณ (quantitative methods) ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (qualitative methods) และระเบียบวิธีเชิงผสม (mix methods)

การวิจัยเชิงคุณภาพ

ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า ระเบียบวิธีวิจัยนั้นหมายถึง กระบวนการที่นักวิจัยใช้ในการดำเนินการวิจัยตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้นกระบวนการวิจัยในครั้งนั้น ๆ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การกำหนดปัญหา การกำหนดแนวทางในการศึกษาเอกสาร การกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย การกำหนดวัตถุประสงค์และสมมติฐาน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายการกำหนดเครื่องมือที่ใช้ การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปผลการวิจัย ตลอดจนการเผยแพร่ผลการวิจัยนั้น ๆ

การกำหนดชื่อเรื่องที่เหมาะสมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ

ชื่อเรื่องของงานวิจัยจะบอกความเป็นตัวตนของงานวิจัยเล่มนั้นว่างานเล่มนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร ทำการศึกษาอะไร กับใคร ซึ่งหากผู้อ่านคุ้นชินกับงานวิจัยเชิงปริมาณแล้วจะพบว่าในการตั้งชื่อเรื่องของงานวิจัยเชิงปริมาณนั้นจะมีรูปแบบ (pattern) ค่อนข้างตายตัว โดยปกติในชื่อเรื่องนั้นมักจะตั้งโดยอาศัยคำถาม 3 ข้อ เป็นเบื้องต้น ได้แก่ ทำอะไร ทำกับใคร และทำอย่างไร ซึ่งหากอธิบายโดยใช้ศัพท์ในเชิงวิจัยแล้วจะพบว่า

ทำอะไร หมายถึง นักวิจัยต้องการศึกษาตัวแปรอะไร
ทำกับใคร หมายถึง นักวิจัยต้องการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายใด
ทำอย่างไร หมายถึง นักวิจัยต้องการศึกษาในลักษณะใด

การเขียนความเป็นมาและปัญหาการวิจัยเชิงคุณภาพ

เมื่อนักวิจัยได้กำหนดประเด็นปัญหาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ต้องการศึกษาปรากฏการณ์ใด อาจเริ่มด้วยประเด็นกว้าง ๆ หากแต่ต้องเป็นเรื่องที่อยากรู้ เพราะความอยากรู้จะนำไปสู่การแสวงหาคำตอบและสนุกกับการวิจัย ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาความเป็นไปได้หรือแนวคิดที่สนใจ จากนั้นจึงลงมือเขียนปัญหาและความเป็นมาเพื่อให้ผู้อ่านงานวิจัยเห็นพ้องต้องกันกับผู้วิจัยว่า สิ่งที่ผู้วิจัยกระทำอยู่นี้มีเหตุผลความสำคัญจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องศึกษาเรื่องนี้ โดยในบทนี้จะกล่าวถึงการเขียนความเป็นมาและปัญหาการวิจัยเชิงคุณภาพตามลำดับ

การวิจัยเชิงคุณภาพ
การเขียนความเป็นมาของปัญหา

การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยเชิงคุณภาพ

เมื่อผู้วิจัยได้ลำดับความเป็นมาและความสำคัญของปัญหารวมถึงการตั้งคำถามการวิจัยได้แล้ว ในบทนี้จะกล่าวถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยเชิงคุณภาพ พร้อมกับตัวอย่างของการกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย

การกำหนดขอบเขตการวิจัยเชิงคุณภาพ

ในการดำเนินการวิจัยนั้น จำเป็นจะต้องกำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ เพื่อให้ผู้ทำวิจัยได้ดำเนินการภายใต้สิ่งที่ตนได้วางกรอบไว้ มิเช่นนั้นแล้วนักวิจัยจะไม่มีทิศทางในการดำเนินงาน ทำให้เกิดอาการสะเปะสะปะ ทำไปเรื่อย ซึ่งสิ่งที่นักวิจัยต้องกำหนดไว้ในขอบเขต ได้แก่ ขอบเขตด้านเนื้อหาหรือประเด็นที่ศึกษา ขอบเขต
ด้านระเบียบวิธีวิจัย ขอบเขตด้านพื้นที่ และ/หรือขอบเขตด้านระยะเวลาเช่นเดียวกับทิวัตถ์ มณีโชติ (2560 ออนไลน์) ซึ่งได้กล่าวว่าขอบเขตการวิจัย หมายถึง การจำกัดหรือกำหนดขอบเขตให้แก่การวิจัยไม่ควรนำไปปนกับข้อจำกัดของการวิจัยซึ่งมัก จะกล่าวถึงในตอนท้าย การกำหนดขอบเขตการวิจัยนั้น อาจกำหนดได้หลายอย่าง  เช่น


1. ขอบเขตที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ศึกษา
2. ขอบเขตที่เกี่ยวกับกลุ่มตัวอย่าง
3. ขอบเขตที่เกี่ยวกับเวลา
4. ขอบเขตที่เกี่ยวกับวิธีการรวบรวมข้อมูล
5. ขอบเขตที่เกี่ยวกับตัวแปรที่ต้องศึกษา


         การเขียนขอบเขตของการวิจัย จะต้องระบุให้ชัดเจน และถ้าเป็นไปได้ควรให้เหตุผลไว้ด้วยว่าทำไมจึงกำหนดขอบเขตไว้เช่นนั้น

การศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเชิงคุณภาพ

“การทบทวนไม่ใช่แค่การรวบรวม แต่ต้องประเมินด้วย” (โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์, 2553 : น.38) ผู้เขียนมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับวลีดังกล่าว ทั้งนี้เพราะการศึกษาทฤษฏี แนวคิด เอกสาร วรรณกรรม และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องนั้น นักวิจัยต้องใช้วิจารณญาณที่ค่อนข้างสูงในการเลือกเอกสารต่าง ๆ มาศึกษา และทำการประเมินว่าเอกสารที่หยิบมานั้นมีความน่าเชื่อถือ และเกี่ยวข้องกับงานวิจัยของตนมากน้อยเพียงใด มิใช่เป็นเพียงแค่การรวบรวมงานที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาจัดพิมพ์ลงในเล่มรายงานวิจัยเท่านั้น

ขั้นตอนการวิจัยเชิงคุณภาพ

การดำเนินการวิจัยนั้นเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องโดยมีจุดเริ่มต้นกระทั่งถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งในจุดเริ่มต้นของการวิจัยนั้นจะเริ่มที่การกำหนดปัญหา การกำหนดขอบเขต เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลการวิจัย ซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนการวิจัยโดยเริ่มที่การออกแบบการวิจัย การเลือกกลุ่มเป้าหมาย และการทำงานภาคสนามตามลำดับ

การวิจัยเชิงคุณภาพ
กรอบแนวคิดที่สร้างจากข้อมูล

การสร้างเครื่องมือการวิจัยเชิงคุณภาพ

แม้ว่าตัวผู้วิจัยจะเป็นเครื่องมือหลักของการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ หากแต่นักวิจัยเมื่อลงไปทำการเก็บข้อมูลโดยที่ไม่มีการเตรียมความพร้อมหรือวัสดุอุปกรณ์ เครื่องช่วยต่าง ๆ ย่อมได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือได้ข้อมูลที่ไม่ดีพอดังนั้นเมื่อนักวิจัยจะลงไปในสนามเพื่อทำการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้สำหรับช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อให้สะดวกสำหรับนักวิจัยและเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนตามประเด็นที่ต้องการ

สำหรับเครื่องมือหรือวิธีการที่นิยมใช้เป็นหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลในงานวิจัยเชิงคุณภาพนั้น ได้แก่ การสังเกต การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม

การเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ

หลังจากที่ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือเพื่อเป็นตัวช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว จากนั้นนักวิจัยก็ต้องนำเครื่องมือวิจัยที่สร้างขึ้นไปทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งข้อมูลแต่ละชนิด แต่ละประเภทล้วนมีเทคนิค วิธีการ ความยากง่ายในการเก็บที่แตกต่างกัน ซึ่งในบทนี้ผู้เขียนจะได้นำเสนอวิธีการเก็บข้อมูลตามลักษณะของเครื่องมือในแต่ละประเภทที่สืบเนื่องมาจากบทที่ผ่านมา และยกตัวอย่างของข้อมูลในแต่ละประเภทเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพนั้นจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการวิจัยเชิงปริมาณอยู่บ้าง ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพนั้นจะเริ่มกระทำตั้งแต่การลงมือเก็บข้อมูล หรือเริ่มลงเข้าสู่สนาม ทั้งนี้จะกระทำไปพร้อม ๆ กันตลอดระยะเวลาการเก็บข้อมูล เรื่อยไปจนกระทั่งหลังจากเสร็จสิ้นการเก็บข้อมูลก็ยังกระทำต่อไป ซึ่งลักษณะการกระทำดังนี้จึงเป็นจุดที่ต่างจากการวิจัยเชิงปริมาณดังที่กล่าวผ่านมาข้างต้น สำหรับในบทนี้ผู้เขียนได้กล่าวถึงกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเข้าสู่สนาม การตรวจสอบข้อมูล การใช้ทฤษฎีช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล จวบจนกระทั่งการวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จสิ้น

การนำเสนอผลการวิจัยเชิงคุณภาพ

อีกหนึ่งบทบาทของนักวิจัย หลังจากที่ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล และทำการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนั้นคือ การสื่อสารให้ผู้ที่อ่านงานวิจัยที่นักวิจัยดำเนินการนั้นได้เข้าใจให้ตรงกับความต้องการของนักวิจัย ซึ่งหากเป็นลักษณะการนำเสนอด้วยวาจามีการซักถามโต้ตอบระหว่างผู้ฟังและผู้นำเสนอ ความเข้าใจที่ตรงกันก็จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย แต่หากเป็นการนำเสนอโดยผ่านรูปเล่มที่สมบูรณ์ของรายงานวิจัยหรือในลักษณะบทความที่ต้องย่นย่อรายงานฉบับนั้นมาให้เหลือเพียง 10 – 20 หน้าซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียวของผู้เขียนรายงานไปยังผู้อ่าน ผู้อ่านย่อมแปลความโดยใช้สามัญสำนึกของตนเองเป็นหลัก ดังนั้น ถ้าผู้เขียนนำเสนอผลไม่ชัดเจนอย่างเพียงพอแล้ว ความตั้งใจของผู้เขียนที่ตั้งใจนำเสนอในประเด็นต่าง ๆ อาจผิดเพี้ยนไปได้

การวิจัยเชิงคุณภาพ

หนังสือระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากแนวคิด ทฤษฎี สู่การปฏิบัติเล่มนี้ได้เรียบเรียบขึ้นจากการศึกษาตำรา เอกสาร และงานวิจัยต่างๆ ทั้งจากต่างประเทศ ในประเทศ จากงานวิจัยของนักวิจัยท่านอื่น และงานวิจัยที่ผู้เขียนได้ทำการวิจัยด้วยตนเอง โดยเริ่มตั้งแต่ภาคทฤษฎี จนถึงการปฏิบัติและตัวอย่างของงานวิจัยที่สอดคล้องกับทฤษฎีนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่อ่านหนังสืออยู่ในขณะนี้ได้มองเห็นภาพรวมของแนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่จะออกมา นอกจากนี้ผู้อ่านยังสามารถพลิกแพลงแนวคิด ทฤษฎี แนวปฏิบัติ ไปใช้ในงานวิจัยของตนได้ เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ในวิธีดำเนินการวิจัยให้มากยิ่งขึ้น ได้ข้อมูลที่เป็นจริงตามสภาพการณ์มากที่สุด

การวิจัยเชิงคุณภาพ

ภายในเล่มประกอบไปด้วยเนิ้อหา 11 บท ซึ่งบทที่ 1 ว่าด้วยความหมายของระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 2 การกำหนดชื่อเรื่องที่เหมาะสมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 3 การเขียนความเป็นมาและปัญหาการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 4 การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 5 การกำหนดขอบเขตการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 6 การศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 7 ขั้นตอนการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 8 การสร้างเครื่องมือการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 9 การเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 10 การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเชิงคุณภาพ บทที่ 11 การนำเสนอผลการวิจัยเชิงคุณภาพ

การวิจัยเชิงคุณภาพ

จึงสรุปโดยรวมได้ว่า “งานวิจัยมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีขั้นตอน กระบวนการและการให้คำตอบที่แตกต่างกัน งานวิจัยที่เป็นเชิงคุณภาพ ก็เป็นประเภทหนึ่ง ที่มีขั้นตอน กระบวนการ และการให้คำตอบที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบของการอธิบาย ให้รู้ถึงภูมิหลังที่มา สภาพปัจจุบัน และอนาคต ได้เป็นอย่างดี หนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวถึง ขั้นตอน กระบวนการในการได้มาซึ่งคำตอบของงานวิจัย เชิงคุณภาพอย่างละเอียด ตามประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้รวบรวมมา”

วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา

การวิจัยเชิงคุณภาพ

เอกสารอ้าอิง

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์. (2553). 10 ขั้นตอนง่าย ๆ วิจัยเชิงคุณภาพ เคล็ดวิชา จากสามัญสู่ขั้นเทพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขศาลา.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2560). วิธีวิทยาการวิจัยขั้นสูงด้านการวิจัยและสถิติ. สืบค้น เมื่อ 27 มีนาคม 2560, จาก https://witclub.wordpress.com
ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.
กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
รัตนะ บัวสนธ์. (2551). ปรัชญาวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัตนะ บัวสนธ์. (2552). วิจัยเชิงคุณภาพทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: คำสมัย.

Summary
ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ : จากแนวคิดทฤษฎีสู่การปฎิบัติ
Article Name
ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ : จากแนวคิดทฤษฎีสู่การปฎิบัติ
Description
การวิจัยเชิงคุณภาพได้รับการนำไปใช้ในการดำเนินวิจัยอย่างหลากหลาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพเข้าถึงกลุ่มผู้ให้ข้อมูลมากกว่า
Author
Publisher Name
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร
Publisher Logo