เชิงอรรถ / เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม ต่างกันอย่างไร

เชิงอรรถท้ายเล่ม (Endnote) เอกสารอ้างอิง (References) บรรณานุกรม (Bibliography) ในการจัดทำหนังสือ ตำรา หรือบทความวิชาการ มักพบคำว่า เชิงอรรถท้ายเล่ม หรือ Endnote ควบคู่กับคำว่า บรรณานุกรม เอกสารอ้างอิง แม้ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับ “แหล่งข้อมูล” ที่ผู้เขียนนำมาใช้ แต่ล่ะรูปแบบมีหน้าที่และวิธีใช้แตกต่างกัน ดังนี้

1. เชิงอรรถท้ายเล่ม / Endnote คืออะไร

เชิงอรรถท้ายเล่ม หรือ Endnote คือ ข้อความอธิบายเพิ่มเติมหรือข้อมูลอ้างอิงที่จัดไว้ท้ายบทหรือท้ายเล่ม แทนการวางไว้ด้านล่างของหน้ากระดาษเหมือน เชิงอรรถท้ายหน้า (Footnote)

โดยในเนื้อหาหลักจะมีตัวเลขกำกับ เช่น

แนวคิดเรื่องไตรภูมิสะท้อนโลกทัศน์ทางพุทธศาสนาในสังคมไทยโบราณ¹

แล้วผู้อ่านสามารถไปดูรายละเอียดหมายเลข 1 ได้ที่ท้ายบทหรือท้ายเล่ม เช่น

1. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน ไตรภูมิกถา พระราชนิพนธ์พญาลิไทย (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2555).

หน้าที่
เชิงอรรถท้ายเล่มจึงมีได้ 2 แบบหลัก ๆ คือ
1. ใช้บอกแหล่งที่มาของข้อมูล
2. ใช้อธิบายเพิ่มเติมนอกเหนือจากเนื้อหาหลัก เช่น ขยายความศัพท์ อธิบายบริบท หรือให้ข้อสังเกตของผู้เขียน

2. บรรณานุกรม (Bibliography) คืออะไร

บรรณานุกรม หรือ Bibliography คือ รายการหนังสือ บทความ เอกสาร เว็บไซต์ หรือแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ผู้เขียนใช้ค้นคว้าหรือเกี่ยวข้องกับการเขียนงานชิ้นนั้น โดยมักจัดไว้ท้ายเล่ม และเรียงตามลำดับอักษรของชื่อผู้แต่ง หรือเรียงตามรูปแบบที่สำนักพิมพ์หรือสถาบันกำหนด หากการเรียงตามตัวอักษรเราจะคุณเคยในรูปแบบ APA หรือแบบตัวเลขแบบ Vancouver

ตัวอย่างบรรณานุกรม :

กรมศิลปากร. ไตรภูมิกถา ฉบับถอดความ. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2555.

กรมศิลปากร. ไตรภูมิ ฉบับท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2555.

หน้าที่
บรรณานุกรม คือ แสดงภาพรวมว่า ผู้เขียนศึกษาจากแหล่งข้อมูลใดบ้าง และเปิดโอกาสให้ผู้อ่านตรวจสอบหรือศึกษาต่อได้

3. เอกสารอ้างอิง (References) คืออะไร

เอกสารอ้างอิง หรือ References มีความใกล้เคียงกับบรรณานุกรม แต่โดยทั่วไปจะหมายถึง “รายการแหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างถึงจริงในเนื้อหาเท่านั้น” เช่น หากผู้เขียนอ่านหนังสือ 10 เล่ม แต่ในเนื้อหาอ้างจริงเพียง 6 เล่ม รายการ เอกสารอ้างอิง จะมีเฉพาะ 6 เล่มนั้น มักจัดไว้ท้ายของบท หรือท้ายเล่มก็ได้

ส่วนคำว่า บรรณานุกรม อาจกว้างกว่า เพราะอาจรวมทั้งแหล่งข้อมูลที่ใช้ประกอบการศึกษา แม้ไม่ได้อ้างโดยตรงในเนื้อหาทุกแห่ง

4. ความแตกต่างสำคัญ

ประเด็นเชิงอรรถท้ายเล่มบรรณานุกรม / เอกสารอ้างอิง
ตำแหน่งท้ายบทหรือท้ายเล่ม ตามหมายเลขในเนื้อหาท้ายบทหรือท้ายเล่ม เป็นรายการรวม
รูปแบบมีหมายเลขกำกับ เช่น 1, 2, 3เรียงเป็นรายการตามชื่อผู้แต่งหรือระบบอ้างอิง
หน้าที่อ้างแหล่งที่มา หรืออธิบายเพิ่มเติมเฉพาะจุดแสดงรายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดหรือแหล่งที่อ้างจริง
การเชื่อมกับเนื้อหาเชื่อมกับข้อความเฉพาะตำแหน่งในเนื้อหาเชื่อมกับงานทั้งชิ้นโดยรวม
รายละเอียดอาจมีคำอธิบาย ความเห็น หรือบริบทเพิ่มเติมมักเป็นข้อมูลบรรณานุกรมล้วน ๆ
ผู้อ่านใช้เพื่ออ่านคำอธิบายประกอบหรือดูที่มาของข้อความเฉพาะจุดตรวจสอบแหล่งข้อมูลทั้งหมดและค้นคว้าต่อ

5. ตัวอย่างให้เห็นภาพ

ในเนื้อหา :

แนวคิดเรื่องนรก สวรรค์ และภพภูมิใน ไตรภูมิกถา มีอิทธิพลต่อความเข้าใจเรื่องศีลธรรมในสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง¹

เชิงอรรถท้ายเล่ม :

  1. ตรภูมิกถา พระราชนิพนธ์พญาลิไทย เป็นวรรณคดีพุทธศาสนาที่อธิบายโครงสร้างจักรวาลตามคติไตรภูมิ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ดูเพิ่มเติมใน กรมศิลปากร, ไตรภูมิกถา พระราชนิพนธ์พญาลิไทย (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2555).

บรรณานุกรม :

กรมศิลปากร. ไตรภูมิกถา พระราชนิพนธ์พญาลิไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2555.

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า เชิงอรรถท้ายเล่ม อธิบายเฉพาะจุดที่มีหมายเลขกำกับในเนื้อหา ส่วน บรรณานุกรม เป็นรายการเต็มของแหล่งข้อมูลที่ใช้ในงาน

6. สรุปแบบเข้าใจง่าย

เชิงอรรถท้ายเล่ม คือ “หมายเหตุหรือคำอธิบายท้ายบท/ท้ายเล่ม” ที่ผูกกับข้อความเฉพาะจุดในเนื้อหา อาจใช้เพื่ออ้างอิงหรือขยายความก็ได้

ส่วน เอกสารอ้างอิง หรือ บรรณานุกรม คือ “รายการแหล่งข้อมูลรวม” ที่แสดงว่า ผู้เขียนใช้หนังสือ บทความ หรือเอกสารใดในการเขียนงานนั้น

พูดง่าย ๆ คือเชิงอรรถท้ายเล่ม = อธิบายหรืออ้างอิงเฉพาะจุด เอกสารอ้างอิง หรือ บรรณานุกรม = รายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดท้ายงาน

ดังนั้น งานวิชาการบางเล่มจึงมีได้ทั้งสองส่วน คือ มี เชิงอรรถท้ายเล่ม เพื่อขยายความในแต่ละจุด และมี บรรณานุกรม เพื่อรวบรวมรายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดอย่างเป็นระบบ

Soraya S.

Writer

Graphic Design และ Content Creator ที่หลงใหลในการเขียน Content และเชื่อว่า Content เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับทุก ๆ คน