หนังสือเล่มนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนของนิสิตทันตแพทย์ ทั้งในระดับปริญญาบัณฑิตและบัณฑิตศึกษา รวมถึงทันตแพทย์และผู้สนใจงานฟันเทียมทั้งปาก งานฟันเทียมทั้งปากเป็นการฟื้นฟูระบบบดเคี้ยวในช่องปากของผู้ป่วยที่สูญเสียฟันให้สามารถกลับมาเคี้ยวอาหาร ได้อีกครั้ง แม้งานประเภทนี้จะดูเป็นงานพื้นฐานในทางทันตกรรมประดิษฐ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องอาศัยความประณีตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจ วางแผน พิมพ์ปาก ลองชิ้นงาน ไปจนถึงการส่งมอบฟันเทียมให้ผู้ป่วยใช้งานจริง

โดยทั่วไป การทำฟันเทียมทั้งปากมักใช้ระยะเวลาประมาณ 1–2 เดือน และผู้ป่วยต้องเดินทางมาพบทันตแพทย์หลายครั้ง ประมาณ 4–5 ครั้ง จึงจะได้รับฟันเทียมกลับไปใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ กระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งทันตแพทย์ ผู้ป่วย และช่างทันตกรรม เพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ต้องใส่ฟันเทียมทั้งปากส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุ การเดินทางมาพบทันตแพทย์แต่ละครั้งจึงอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาวิธีการทำงานที่สามารถลดจำนวนครั้งของการเข้ารับบริการลง โดยยังคงรักษาขั้นตอนสำคัญไว้อย่างครบถ้วน จึงเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งต่อทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาและต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะแนวทางที่สามารถลดจำนวนครั้งของการมาพบทันตแพทย์ให้เหลือเพียง 2 ครั้ง
ในปัจจุบัน หนังสือเกี่ยวกับฟันเทียมทั้งปากที่ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก ผู้เขียนจึงตั้งใจถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากการทำงานด้านทันตกรรมประดิษฐ์มากว่า 15 ปี โดยเฉพาะประสบการณ์จากการให้บริการใส่ฟันเทียมทั้งปากในหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ซึ่งเป็นงานที่ต้องดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมากให้ได้รับฟันเทียมกลับไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยหนังสือในเล่มจะประกอบไปด้วยเนื้อหา 7 บท ได้แก่
1. การกำหนดขอบเขตฟันเทียม
การทำฟันเทียมทั้งปาก (Complete denture) เป็นงานที่มีขั้นตอนในการรักษาหลายขั้นตอน โดยทั่วไปผู้ป่วยจะต้องมาพบทันตแพทย์ประมาณ 4-5 ครั้ง ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนจึงจะเสร็จสิ้น เนื่องจากงานฟันเทียมทั้งปากนั้นเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนซึ่งต้องอาศัยทักษะและความร่วมมือของทั้งทันตแพทย์ ผู้ป่วย และช่างทันตกรรม ทั้งนี้พบว่าคนไข้ฟันเทียมทั้งปากส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกต่อการเดินทางมาพบทันตแพทย์ได้บ่อยครั้ง ดังนั้น การทำฟันเทียมทั้งปากที่ลดจำนวนครั้งในการรักษาเหลือเพียง 2 ครั้ง จึงเป็นการช่วยลดระยะเวลาในการทำงานของทันตแพทย์และลดจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยต้องมารับการรักษา แต่อย่างไร ก็ตามการทำงานในแต่ละขั้นตอนนั้นต้องอาศัยความแม่นยำและความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ในการทำฟันเทียมทั้งปากโดยการลดจำนวนครั้งของการรักษานั้น เป็นเพียงการรวบรัด ขั้นตอนโดยมิได้ตัดขั้นตอนที่สำคัญใดออกไป ดังนั้น ความสำเร็จในการรักษาจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความชำนาญของทันตแพทย์ การให้ความร่วมมือของผู้ป่วยรวมถึงการมีการสื่อสารระหว่างทีมงานที่ดีทั้งผู้ช่วยทันตแพทย์และช่างทันตกรรม ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานฟันเทียมทั้งปากนั้นประสบความสำเร็จได้ด้วยดี
2. การลองแท่นกัดสบ (Try in occlusion rims)
การลองแท่นกัดสบบนและล่าง การลองแท่นกัดสบ นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้ฟันเทียมที่สร้างขึ้นนั้นสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสะดวกสบายขณะใส่ฟันเทียม อีกทั้งยังเป็นขั้นตอน ที่ช่วยกำหนดความสวยงามของฟันเทียมอีกด้วย1 โดยขั้นตอนนี้เริ่มจากการลองแท่นกัดสบบน ก่อนแท่นกัดสบล่าง ซึ่งมีข้อพิจารณาตามลำดับ 1. เค้ารูปที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย 2. ความสูงของแท่นกัดสบบน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับปลายฟันหน้าบนของซี่ฟันเทียมที่จะสร้าง 3. ระนาบสบฟันจากมุมมองด้านหน้า (Frontal view) 4. ระนาบสบฟันจากมุมมองด้านข้าง
3. รูปแบบการสบฟันของฟันเทียมทั้งปาก (Occlusion in complete denture)
การสบฟันของฟันเทียมทั้งปากนั้น มิได้หมายถึงเพียงการสบฟัน ณ ตำแหน่งการสบฟัน ที่ความสัมพันธ์ในศูนย์เท่านั้น หากแต่หมายรวมถึงการสัมผัสกันของฟันในทุก ๆ แนวการเคลื่อนที่ของขากรรไกรอีกด้วย ดังนั้น อีกคำที่เหมาะสมที่ควรนำมาใช้อธิบายลักษณะการสบฟันของฟันเทียม ทั้งปากเพิ่มเติม คือ การสบขณะเคลื่อนขากรรไกร (Articulation) ซึ่งหมายถึง การสบฟันในทุก ๆตำแหน่งที่มีการหยุดนิ่งหรือมีการเคลื่อนที่ของขากรรไกร’ สำหรับผู้ป่วยฟันเทียมทั้งปากนั้นมีการ สัมผัสกันของฟันในทุกการเคลื่อนไหวทั้งในขณะตำแหน่งที่ความสัมพันธ์ในศูนย์ และความสัมพันธ์นอกศูนย์ (Eccentric relation) ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงกับเสถียรภาพของฐานฟันเทียมแรงบดเคี้ยวที่จะถ่ายทอดไปสู่เนื้อเยื่อที่รองรับข้างใต้ฐานฟันเทียม ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวความสบายขณะใส่ฟันเทียม รวมถึงความสวยงามของฟันเทียมอีกด้วย
4. การเรียงฟัน (Teeth arrangement)
สำหรับการทำฟันเทียมทั้งปาก ความผิดพลาดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนในกรณีการทำฟันเทียมทั้งปากที่มีการรวบรัดขั้นตอนเพื่อให้ผู้ป่วยมาพบทันตแพทย์น้อยครั้งที่สุด จึงมักจะเลือกการเรียงฟันที่สามารถเรียงฟันและแก้ไขความผิดพลาดได้โดยง่าย อีกทั้งอาจยังต้อง ตัดขั้นตอนของการลองฟัน (Try-in teeth) ออกไป ดังนั้น การทำฟันเทียมทั้งปากให้เสร็จสิ้น 2 ครั้ง จึงมักเลือกการเรียงฟันแบบนิวโทรเซนทริก

ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงวิธีการเรียงฟันแบบนิวโทรเซนทริกเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวัง คือ ในขั้นตอนการเรียง ฟันนั้นผู้ที่ทำการเรียงฟันต้องเคร่งครัดต่อทุกรายละเอียดที่ทันตแพทย์ได้ทำการถ่ายทอดมาภายหลังจากการประเมินและกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ทั้งเค้ารูปด้านหน้า แนวกลางและระนาบสบฟันด้านหน้า ขณะที่เมื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพของการใช้งานบดเคี้ยวด้วยการสบฟันที่เรียงฟันแบบนิวโทรเซนทริกนั้น จากการศึกษาของ Niwatcharoenchaikul และคณะ2 พบว่า ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวของซี่ฟันเทียมไร้ปุ่มและซี่ฟันเทียมที่มีความชันของปุ่มฟันเหมือนหรือน้อยกว่าฟันธรรมชาตินั้นมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
5. การใส่ฟันเทียมทั้งปาก (Denture delivery)
ในบทนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการติดตั้งซ้ำทางคลินิกและการใส่ฟันเทียมทั้งปาก ครั้งที่ 2 การใส่ฟันเทียมทั้งปาก ตรวจสอบสภาพฟันเทียมทั้งปากและการเตรียมช่องปาก
6. ความสวยงามของฟันเทียมทั้งปาก
วัตถุประสงค์หลักของการใส่ฟันเทียมทั้งปาก คือ การที่ผู้ป่วยสามารถใช้งาน บดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการสูญเสียฟันธรรมชาติไปทั้งหมด แต่อีกวัตถุประสงค์หนึ่ง ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันคือ ความสวยงามจากการใส่ฟันเทียมทั้งปากนั่นเอง สำหรับวิธีการประเมินเพื่อสร้างฟันเทียมทั้งปากให้มีความสวยงามนั้นนับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเนื่องจากการให้คำนิยามความสวยงามของแต่ละบุคคลนั้นมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวทาง ที่สำคัญในการช่วยพิจารณาเกี่ยวกับความสวยงามหลายประการ ที่ทันตแพทย์สามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างฟันเทียมทั้งปากเพื่อให้เกิดความสวยงามเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้
7. การแก้ไขปัญหาในการทำฟันเทียมทั้งปาก
ในการทำฟันเทียมทั้งปากนั้นประกอบด้วยขั้นตอนในการทำงานที่ละเอียดอ่อนหลาย ขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ต้องการทำฟันเทียมทั้งปากให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ครั้ง จำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็วและความแม่นยำมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละขั้นตอนของการทำงานทั้งในทางคลินิกและห้องปฏิบัติการ ดังนั้น หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทันตแพทย์และช่างทันตกรรมต้องมีการสื่อสารและทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานั้นให้สำเร็จ โดยรายละเอียดที่จะกล่าวต่อไปนี้ ผู้เขียนได้ทำการรวบรวมปัญหาที่มักพบได้บ่อยและ วิธีแก้ไข

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เขียนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนงานในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำงาน ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดขึ้นในขั้นตอนใดก็ตาม เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้ป่วยได้รับฟันเทียมที่สามารถใช้งานได้จริง มีคุณภาพ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น
ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา และเป็นสถานที่ทำงานของผู้เขียนจนถึงปัจจุบัน อันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์
เอกสารอ้างอิง
2. Niwatcharoenchaikul W, Tumrasvin W, Arksornnukit, M. Effect of complete denture occlusal
schemes on masticatory performance and maximum occlusal force J Prosthet Dent 2014;
112:1137-42.