ในยุคสมัยที่ประชาชนทั่วไปมีการติดต่อสื่อสารด้วยสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ในสาขาต่าง ๆ ภายนอกห้องเรียน หรือนอกเหนือความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐานของแต่ละคนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉิน โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้น ได้มีการถ่ายทอดสู่ประชาชนทั่วไปให้ได้รับรู้ถึงรายละเอียดการช่วยกู้ชีพ ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้การช่วยเหลือฉุกเฉินได้ บุคลากรทั่วไปสามารถให้การช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตฉุกเฉินที่อาจส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งเรียกว่าเป็นนาทีชีวิตเลยทีเดียว

หนังสือการช่วยกู้ชีพในเด็กและทารกแรกเกิด (Pediatric and neonatal resuscitation) เป็นการนำเสนอความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยกู้ชีพในเด็กตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยครอบคลุมตั้งแต่การซักประวัติ การตรวจร่างกาย การวินิจฉัย และการดูแลรักษาตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด ซึ่งภายในเล่มประกอบได้ด้วยเนื้อหา 13 บท เช่น บทที่ 1 การช่วยกู้ชีพทารกแรกเกิด บทที่ 2 การดูแลทารกแรกเกิดหลังการช่วยกู้ชีพ บทที่ 3 ปฏิบัติการช่วยกู้ชีพขั้นพื้นฐานในเด็ก บทที่ 4 ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว บทที่ 5 การรักษาภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว บทที่ 6 การวินิจฉัยและรักษาภาวะช็อก บทที่ 7 การวินิจฉัยและรักษาภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกต บทที่ 8 การวินิจฉัยและรักษาภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บทที่ 9 การให้สารน้ำทางไขกระดูก บทที่ 10 ปฏิบัติการช่วยกู้ชีพขั้นสูงในเด็ก บทที่ 11 การดูแลหลังการช่วยกู้ชีพในเด็ก บทที่ 12 การรักษาด้วยการลดอุณหภูมิของร่างกายภายหลังการช่วยกู้ชีพในเด็ก บทที่ 13 ยาและสารน้ำสำหรับปฏิบัติการช่วยกู้ชีพขั้นสูงในเด็ก


ตัวอย่างในบทแรก พื้นฐานการช่วยกู้ชีพทารกแรกเกิด ได้กล่าวถึงทารกแรกเกิดส่วนใหญ่ สามารถปรับตัวได้ดีหลังเกิด โดยไม่ต้องรับการช่วยเหลือ แต่มีทารกส่วนหนึ่ง ที่ต้องการ การช่วยหายใจและช่วยกู้ชีพในช่วงแรก สาเหตุของการหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นในทารกแรกเกิด มักเกิดจากปัญหา ด้านการหายใจ (ventilation) ที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดตั้งแต่ขณะอยู่ในครรภ์หรือหลังจากทารกเกิด ถ้าการขาดออกซิเจน เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่นาน ทารกมักกลับมาหายใจได้เองหลังจากได้รับการกระตุ้นด้วยการสัมผัส (tactile stimulation) แต่หากการขาดออกซิเจนเกิดขึ้นยาวนาน ทารกมักไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยการสัมผัส แต่ต้องการ การช่วยหายใจ (assisted ventilation) หรือในรายที่การขาดออกซิเจนรุนแรงมาก ทารกอาจต้องการการกดหน้าอก และยา epinephrine สหรับในทางปฏิบัติ อาจเป็นการยากที่จะบอกว่าทารกรายใดมีระยะเวลาของการขาดออกซิเจน นานหรือไม่ แต่ในทารกที่มีการหายใจล้มเหลวตั้งแต่แรกเกิด ทารกมักจะแสดงอาการโดยหยุดหายใจหรือหายใจเฮือก ดังนั้น สิ่งที่สคัญที่สุดในการช่วยกู้ชีพทารกคือ การช่วยหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ


หนังสือเล่มนี้ได้ร่วมรวมองค์ความรู้จากคณาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการช่วยกู้ชีพทุกท่านที่ตั้งใจเขียนเพื่อถ่ายทอดความรู้อันเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป โดยหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีความกล้าที่จะเริ่มต้นการช่วยกู้ชีพอย่างรวดเร็วและถูกต้องเมื่อได้อยู่ในสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินต่างๆ โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้นในเด็ก

วางจำหน่ายแล้ววันนี้