เครื่องหัวใจและปอดเทียม : หลักการและการปฏิบัติ

หนังสือเรื่อง “เครื่องหัวใจและปอดเทียม: หลักการและการปฏิบัติ” เล่มนี้ นำเสนอความรู้ทางด้านทฤษฎี เทคนิคขั้นตอนการปฏิบัติงานของ เครื่องหัวใจและปอดเทียม และผลจากการทำ Cardiopulmonary Bypass รวมทั้งเครื่องล้างและเก็บเม็ดเลือดแดง เครื่องพยุงหัวใจชนิดลูกโป่งเสริม ความดันในหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องใช้ในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด

เครื่องหัวใจและปอดเทียม_10

สถานการณ์โรคหัวใจในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ใน พ.ศ. 2556 มีผู้เสียชีวิต 54,530 คน เฉลี่ยวันละ 150 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน เนื่องจากจํานวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ความจําเป็นในการตรวจวินิจฉัยโรคและการรักษาจึงเพิ่มมากขึ้น นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกเป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพที่ร่วมปฏิบัติการในห้องผ่าตัดหัวใจ ห้องสวนหัวใจ การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในการตรวจประเมินระบบหัวใจ ปอด และหลอดเลือดที่มีและไม่มีการสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปในร่างกาย คุณสมบัติที่สําคัญของนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก คือต้องมีความชํานาญเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ การผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด การสวนหัวใจ และการตรวจหัวใจแบบไม่รุกราน ค้นคว้าวิธีการหรือใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยและบําบัดรักษาผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างเหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก

เครื่องหัวใจและปอดเทียม_1

บทที่ 1 การผ่าตัดหัวใจและทรวงอกในประเทศไทย

ประวัติและพัฒนาการของการผ่าตัดหัวใจในประเทศไทย การผ่าตัดหัวใจครั้งแรกในประเทศไทยประสบผลสําเร็จที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นการผ่าตัดผูกเย็บ Patent ductus arteriosus เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2496 โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมาน มันตาภรณ์ ในปีเดียวกันท่านได้จัดตั้งหน่วยปอด-หัวใจ (Cardiopulmonary unit) แยกออกมาจากศัลยกรรมทั่วไป และจัดตั้งห้องตรวจสวนหัวใจ (Cardiac catheterization Laboratory) เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจเป็นไปได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรงก่อนการผ่าตัด ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2497 ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมาน มันตาภรณ์ ได้ทําการผ่าตัดลิ้นหัวใจครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการผ่าตัดหัวใจแบบปิด (Closed heart surgery) โดยทําผ่าตัด Closed mitral valvatomy ในผู้ป่วยลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ (Mitral stenosis) เนื่องจากการผ่าตัดหัวใจแบบปิดมีข้อจํากัด คือ ไม่สามารถแก้ไขพยาธิสภาพในหัวใจได้ในหลาย ๆ โรค การผ่าตัดบางโรคต้องมองเห็นภายในหัวใจและต้องหยุดการไหลเวียนเลือด เพื่อไม่ให้เลือดมาท่วมบริเวณผ่าตัด (Operative field) และไม่ให้เสียเลือดออกไปนอกร่างกาย ท่านได้ริเริ่มและทําการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด (Open heart surgery) ร่วมกับการใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม (Heart-lung machine) ในการผ่าตัดหัวใจ โดยมีนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก (Cardiothoracic technologist) เป็นผู้ควบคุมเครื่องหัวใจและปอดเทียม หรือในอดีตเรียกนักปฏิบัติการหัวใจและปอดเทียม (Perfusionist)

บทที่ 2 การประเมินผู้ป่วยก่อนผ่าตัดหัวใจ

การประเมินสภาพและการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดอัตราการตายและภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมาภายหลัง ผู้ป่วยที่จะได้รับการผ่าตัดหัวใจจะต้องได้รับการตรวจ และประเมินสภาพจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านหัวใจ ตั้งแต่ศัลยแพทย์หัวใจ อายุรแพทย์โรคหัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล รวมทั้งนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกที่ทําหน้าที่ควบคุมเครื่องหัวใจและปอดเทียมในการประเมินสภาพผู้ป่วยควรคํานึงถึงความปลอดภัยในระยะฉุกเฉินเป็นลําดับแรกก่อนเสมอ ผู้ประเมิน สามารถประเมินอาการของโรคหัวใจและปัญหาอื่น ๆ ทั้งก่อนการผ่าตัดขณะทําการผ่าตัด และหลังผ่าตัด ดังนั้นผู้ประเมินต้องมีประสบการณ์ ทักษะ และความชํานาญในการซักประวัติ การตรวจร่างกาย ศึกษาผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลการตรวจพิเศษอื่น ๆ เพื่อประเมินสภาพ เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ และให้การช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที

บทที่ 3 หลักการทำ Cardiopulmonary bypass และส่วนประกอบของเครื่องหัวใจและปอดเทียม

Cardiopulmonary bypass (CPB) หรือ Extracorporeal circulation หมายถึง การใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมทําหน้าที่แทนหัวใจและปอดของผู้ป่วยขณะที่ศัลยแพทย์หัวใจทําการผ่าตัดหัวใจโดยนําเอาเลือดดํา (Venous blood) จากร่างกายไหลเข้า Reservior ผ่านทาง Double cannula คือ Superior vena cava และ Inferior vena cava หรือ Single cannula คือ นําเลือดจาก Right atrium เข้าสู่ Reservior เลือดที่อยู่ใน Reservior เรียกว่า Deoxygenated blood จะถูกส่งไปฟอกที่ปอดเทียม (Oxygenator) เป็น Oxygenated blood แล้วปรับอุณหภูมิตามต้องการผ่านทาง Heat exchanger แล้วถูกส่งกลับสู่ร่างกายผ่านทาง Ascending aorta หรือ Femoral artery

เครื่องหัวใจและปอดเทียม_2

บทที่ 4 การเจือจางของเลือดและการเตรียมสารละลายสำหรับวงจร CPB

Hemodilution หมายถึง การเติมสารละลายเข้าไปใน Priming solution หรือเข้าไปในร่างกายทําให้เกิดการเจือจางของเลือด ลดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง โดยทั่วไปจะให้ค่า Hematocrit อยู่ที่ 30% หรือต่ํากว่าขณะที่ใช้ CPB

ข้อดีของ Hemodilution ได้แก่

  1. ลดความหนืดของเลือด ขณะใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมหากเลือดผู้ป่วยมีความเข้มข้นมากเม็ดเลือดแดงจะถูกทําลายและแตกง่าย
  2. การไหลเวียนของเลือดในระบบ Microcirculation ดีขึ้น เนื่องจากขณะทํา CPB ต้องลดอุณหภูมิร่างกายผู้ป่วยลง ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยหดตัว เม็ดเลือดแดงเดินทางผ่านไปได้ยาก ทําให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง การทําให้เลือดเจือจางลงจึงทําให้เม็ดเลือดแดงผ่านได้ดีขึ้น และลดการแตกของเม็ดเลือดแดง
  3. ลดการได้รับเลือดจากธนาคารเลือด
  4. ลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อจากการให้เลือด เช่น ไวรัสตับอักเสบบี เอชไอวี

ข้อเสียของ Hermodilution

  1. ปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดลดลง เนื่องจากภาวะ Hemodilution จะทําให้ความเข้มข้นของเลือดและปริมาณ Hematocrit ลดต่ําลง อวัยวะที่สําคัญ เช่น สมอง หัวใจ ไต ขาดออกซิเจน
  2. เกิดอาการบวมเนื่องจากมีน้ําในร่างกายเพิ่มมากขึ้น
  3. เกิดความไม่สมดุลของสารต่าง ๆ ในร่างกาย

บทที่ 5 ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นสิ่งที่สําคัญในการทํา CPB เนื่องจากมีการนําเลือดออกจากร่างกายเลือดสัมผัสกับพื้นผิวพลาสติกของวงจรสายยางและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดหัวใจขณะที่ใช้ CPB การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดในขนาดที่เพียงพอจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทําให้เกิดความผิดปกติของสมองหรือไตหรืออาจทําให้เสียชีวิตได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจนําไปสู่การเกิดภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด (Disseminated intravascular coagulation; DIC) ยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่นิยมในการใช้ CPB คือ เฮปาริน (Heparin) เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ เป็นยาที่มีความปลอดภัย ใช้ง่าย ออกฤทธิ์เร็ว ประเมินประสิทธิภาพของยาได้ มียาที่ใช้แก้ฤทธิ์ ราคาเหมาะสม

บทที่ 6 การปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขณะผ่าตัดหัวใจแบบเปิด

การปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจ หมายถึง การทําให้หัวใจหยุดเต้นอย่างมีประสิทธิภาพขณะที่มีการผ่าตัดหัวใจ การปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจส่วนใหญ่ หมายถึง การใช้ Cardioplegia เท่านั้น แต่ยังมีวิธีอื่น ๆที่ช่วยปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจ ได้แก่ การเลือกใช้ยาสลบ เทคนิคการทํา CPB เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ขณะผ่าตัด และหลังผ่าตัด สําหรับสาเหตุของการบาดเจ็บขณะผ่าตัดหัวใจมักเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน ได้แก่ ความรุนแรงและพยาธิสภาพของโรค ระยะเวลาในการหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่ ขณะผ่าตัดหัวใจ ขั้นตอนการผ่าตัด เป็นต้น

เครื่องหัวใจและปอดเทียม_3

บทที่ 7 เทคนิคการทำ Cardiopulmonary Bypass

การทํา Cardiopulmonary bypass (CPB) แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ

  1. ระยะก่อน CPB
  2. ระยะเริ่ม CPB
  3. การควบคุม CPB
  4. การหยุด CPB

บทที่ 8 ผลจากการทำ Cardiopulmonary Bypass

การผ่าตัดหัวใจแบบเปิด เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความซับซ้อน โดยต้องใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมร่วมด้วย เพื่อทําหน้าที่แทนหัวใจและปอดขณะที่หัวใจหยุดเต้น ในการทํา CPB ต้องนําเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วยมาผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Membrane oxygenator, Arterial filter, Tubing เป็นต้น การผ่าตัดหัวใจและการทํา CPB ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา และส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายหลายอย่าง และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเมื่อใช้เวลานานขึ้น เป้าหมายของนักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกขณะใช้ CPB คือ เพื่อให้ร่างกายและการทํางานของอวัยวะต่าง ๆ ของผู้ป่วยกลับสู่สภาพปกติและปลอดภัย อย่างไรก็ตามการใช้ CPB จะส่งผลต่อระบบและอวัยวะต่าง ๆ เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินหายใจ สมอง การทํางานของไต และยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย

บทที่ 9 การประเมินผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ

ผู้ป่วยหลังการผ่าตัดหัวใจต้องได้รับการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์หลาย ๆ ฝ่าย ตั้งแต่ศัลยแพทย์หัวใจ วิสัญญีแพทย์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจ พยาบาล นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ โดยให้การดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับ ก่อนผ่าตัด ขณะผ่าตัด หลังผ่าตัด ตลอดจนจําหน่ายออกจากโรงพยาบาล สําหรับเนื้อหาในบทนี้จะเน้นในเรื่องการประเมินและการดูแลผู้ป่วยระยะแรกหลังการผ่าตัดหัวใจและทรวงอก ภาวะแทรกซ้อนที่สําคัญของระบบไหลเวียนโลหิตที่พบบ่อย เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

บทที่ 10 เครื่องล้างและเก็บเม็ดเลือดแดง

เครื่องล้างและเก็บเม็ดเลือดแดงได้เริ่มผลิตจําหน่ายเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1968 โดย Klebanoff ต่อมาบริษัท Bentley ได้พัฒนาเครื่องเพื่อผลิตและจําหน่ายสู่ท้องตลาด ซึ่งประสบปัญหาหลายประการจากการใช้งาน อาทิ เลือดที่ได้ปนเปื้อนเชื้อโรคและยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) ภาวะอากาศหลุดลอยไปตามกระแสเลือด (Air embolism) และไตวาย (Renal failure) ต่อมาในปี ค.ศ. 1976 บริษัท Haemonetics Corporation ได้พัฒนาเครื่องเพื่อผลิตและจําหน่ายโดยใช้ชื่อ Cell saver ปัจจุบันบริษัทที่จําหน่ายเครื่องล้างและเก็บเม็ดเลือดแดงมีหลายบริษัท โดยมีหลักการทํางานของเครื่องคล้ายคลึงกัน

เครื่องหัวใจและปอดเทียม_4

บทที่ 11 เครื่องพยุงหัวใจชนิดลูกโป่งเสริมความดันในหลอดเลือดแดง

เครื่องพยุงหัวใจชนิดลูกโป่งเสริมความดันในหลอดเลือดแดง (Intra-aortic balloon pump; IABP หรือ Intra-aortic balloon counterpulsatile pump) เป็นเครื่องที่ช่วยลดการทํางานของหัวใจห้องล่างซ้าย ลดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ และเพิ่มปริมาณเลือดที่ผ่านหลอดเลือดหัวใจทําให้หัวใจสามารถบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ หลักการทํางานของเครื่องพยุงหัวใจชนิดลูกโป่งเสริมความดันในหลอดเลือดแดง คือ การเอาลมเข้าและออกจากบอลลูนที่ส่วนปลายตามจังหวะการเอาลมเข้าและออก โดยให้สัมพันธ์กับรอบการทํางานของหัวใจ (Cardiac cycle) ในการใช้เครื่องพยุงหัวใจชนิดลูกโป่งเสริมความดันในหลอดเลือดแดง นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกต้องมีความรู้ความเข้าใจ ส่วนประกอบและระบบของเครื่อง การทํางาน และปัญหาขณะใช้เครื่อง การเตรียมอุปกรณ์และผู้ป่วยก่อนใส่สายบอลลูน การดูแลผู้ป่วยขณะใช้เครื่อง วิธีการหยุดและการดูแลผู้ป่วยขณะหยุดการใช้เครื่อง รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใส่ Intra-aortic balloon catheter

Summary
เครื่องหัวใจและปอดเทียม: หลักการและการปฏิบัติ
Article Name
เครื่องหัวใจและปอดเทียม: หลักการและการปฏิบัติ
Description
หนังสือเรื่อง “เครื่องหัวใจและปอดเทียม: หลักการและการปฏิบัติ” เล่มนี้ นำเสนอความรู้ทางด้านทฤษฎี เทคนิคขั้นตอนการปฏิบัติงานของ เครื่องหัวใจและปอดเทียม
Author
Publisher Name
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร
Publisher Logo
Message us