พรมมิ สมุนไพรบำรุงความจำ ข้อมูลวิชาการและการใช้ประโยชน์

พรมมิ เป็นสมุนไพรที่เป็นทั้งอาหารและยาในตำราอายุรเวทของอินเดีย ระบุว่าพรมมิช่วยเรื่องเพิ่มความจำบำรุงสมอง รวมทั้งมีสรรพคุณทางยาอื่น ๆ อีกมากมาย จนได้ชื่อว่า พรมมิ หรือ Brahmi ซึ่งมีความหมายถึงพระพรหม ผู้ให้กำเนิดโลก และสรรพสิ่ง สำหรับในประเทศไทย มีหลักฐานการใช้พรมมิเป็นยา ตั้งแต่สมัยอยุธยา นอกจากสรรพคุณที่มีการบันทึกทางการแพทย์พื้นบ้านแล้ว ยังมีรายงานทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และความปลอดภัย ของพรมมิ ทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และมนุษย์ รวมทั้งมีการรายงาน ด้านองค์ประกอบทางเคมี ทำให้พรมมิจัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อม โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท และสมอง นอกจากนี้ พรมมิยังแพร่กระจายและขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยพบอยู่ทั่วไปในประเทศไทย และประเทศในเขตร้อนชื้น จึงเหมาะที่จะนำมาพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

Starr 010818 0007 Bacopa monnieri

ชื่อวิทยาศาสตร์ของพรมมิ พรมมิมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bacopa monnieri (L.) Wettst. เดิมพรมมิ จัดอยู่ในวงศ์ Scrophulariaceae แต่ปัจจุบันมีการจำแนกพรมมิให้อยู่ในวงศ์ Plantaginaceae พรมมิมีชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ ที่เป็นชื่อพ้อง (Synonym) ได้แก่ Anisocalyx limnanthiflorus (L.) Hance Bacopa micromonnieria (Griseb.) B.L. Rob.


พรมมิเป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศไทยและมีการใช้มาอย่างยาวนาน โดยอยู่ในตำรับยาต่าง ๆ เช่น ยาเขียวมหาพรหม ยาแก้ซางแห้งในเด็ก พรมมิยังเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้กันอย่างมากในการแพทย์อายุรเวทของอินเดีย อย่างไรก็ตาม พรมมิยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างขวางของประเทศไทยนัก จนเมื่อปี พ.ศ. 2548 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ประกาศให้ทุนวิจัยในลักษณะบูรณาการเพื่อวิจัยและพัฒนาสมุนไพรไทย

พรมมิ
พรมมิ

รองศาสตราจารย์พร้อมจิต ศรลัมพ์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานโครงการอยู่ในขณะนั้นได้แนะนำ ให้ผู้เขียนได้รู้จักสมุนไพรนี้ จนผู้เขียนได้รวบรวมคณะนักวิจัยจัดทำ โครงการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรพรมมิ เพื่อใช้ในการบำรุงความจำขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. เป็นเวลาต่อเนื่อง 4 ปี ซึ่งทำให้ผู้เขียนและคณะนักวิจัยได้ข้อมูลความรู้พื้นฐานของพรมมิ ตั้งแต่ด้านองค์ประกอบทางเคมี ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง พิษวิทยา ไปจนถึง เรื่องของการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวสมุนไพรพรมมิ การตั้งตำรับสารสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาเม็ดซึ่งนำไปสู่การวิจัยทางคลินิกในอาสาสมัครสูงอายุ และได้พบว่าผลิตภัณฑ์พรมมิ ที่พัฒนาขึ้นนั้น ทำให้อาสาสมัครมีความจำ ที่ดีขึ้น มีสมาธิดีขึ้น สามารถตอบสนองต่อ สิ่งเร้าได้ดีขึ้น รวมทั้งมีสมรรถภาพทางกาย เช่น การทรงตัวที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก ผู้เขียนและคณะผู้วิจัยจึงได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรพรมมิในรูปแบบยาเม็ดนี้ให้แก่องค์การเภสัชกรรม ต่อมาองค์การเภสัชกรรมได้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพรมมิออกสู่ท้องตลาดในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 นับเป็นตัวอย่างนวัตกรรมสมุนไพรที่กำเนิดขึ้นจากองค์ความรู้พื้นฐาน และการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยในประเทศไทยอย่างแท้จริง

พรมมิ

บทที่ 1 บทนำ

พรมมิเป็นสมุนไพรที่เป็นทั้งอาหารและยา ในตําราอายุรเวทของอินเดียระบุว่าพรมมิช่วยเรื่องเพิ่มความจํา บํารุงสมอง รวมทั้งมีสรรพคุณทางยาอื่นๆอีกมากมาย จนได้ชื่อว่า พรมมิ หรือ Brahmi ซึ่งมีความหมายถึงพระพรหม ผู้ให้กําเนิดโลก และสรรพสิ่ง สําหรับในประเทศไทย มีหลักฐานการใช้พรมมิเป็นยาตั้งแต่สมัยอยุธยา นอกจากสรรพคุณที่มีการบันทึกทางการแพทย์พื้นบ้านแล้ว ยังมีรายงานทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และความปลอดภัยของพรมมิ ทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และมนุษย์ รวมทั้งมีการรายงานด้านองค์ประกอบทางเคมี ทําให้พรมมิจัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพในการนําไปใช้เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากความเสื่อมโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง นอกจากนี้ พรมมิยังแพร่กระจายและขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยพบอยู่ทั่วไปในประเทศไทย และประเทศในเขตร้อนชื้นจึงเหมาะที่จะนํามาพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

ในบทนี้ จะกล่าวถึงข้อมูลทั่วไปของพรมมิโดยจะกล่าวถึงลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพรมมิ และพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน แหล่งที่พบและข้อมูลการใช้ทางการแพทย์แผนไทย และการแพทย์อายุรเวท

บทที่ 2 องค์ประกอบทางเคมีของพรมมิ

จากการที่พรมมิมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสรรพคุณด้านการบํารุงความจํา ทําให้มีกลุ่มนักวิจัยในหลาย ๆ ประเทศศึกษาพรมมิ ทั้งทางเภสัชวิทยาและองค์ประกอบทางเคมี และพยายามค้นหาว่าองค์ประกอบทางเคมีใดที่ทําให้พรมมิมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและบํารุงความจํา รวมทั้งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ ผู้ขียนได้รวบรวมองค์ประกอบทางเคมีในพรมมิที่มีผู้รายงานไว้มาแสดงในบทนี้ แต่มีสารบางชนิดที่โครงสร้างต่างกันแต่นักวิจัยตั้งชื่อซ้ํากัน หรือสารชนิดเดียวกันแต่นักวิจัยต่างกลุ่มตั้งชื่อไว้ต่างกัน ซึ่งอาจทําให้ผู้อ่านเกิดความสับสน ผู้เขียนจึงได้ชี้แจงไว้ในบทนี้ด้วย แม้อาจทําให้เนื้อหาซับซ้อนไปบ้าง แต้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลในเคมีเชิงลึกของพรมมิในบทนี้จะอธิบายถึงองค์ประกอบทางเคมีที่พบในพรมมิ โดยแบ่งกลุ่มตามโครงสร้างทางเคมี อันได้แก่ ซาโปนินไกลโคไซด์ (saponin glycosides), อัลคาลอยด์ (alkaloids), ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) และฟีนิลเอธานอยด์ไกลโคไซด์ (phenyl ethanoid glycosides) และในท้ายบทจะกล่าวถึงการเตรียมสารสกัด และการพิสูจน์เอกลักษณ์ของสารในพรมมิ

บทที่ 3 การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและสารสกัดพรมมิ

การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพรเป็นสิ่งสําคัญที่จะส่งผลไปสู่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรนั้นเป็นองค์ประกอบ ในบทนี้ ผู้เขียนบรรยายถึงวิธีการควบคุมคุณภาพ และการจัดทํามาตรฐานทางกายภาพและทางเคมีของวัตถุดิบพรมมิ โดยศึกษาส่วนยอดของพรมมิซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ประโยชน์ทางสุขภาพ จากตัวอย่างพรมมิในประเทศไทย ประเทศอินเดีย และประเทศออสเตรเลีย รวม 13 ตัวอย่าง นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงวิธีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบพรมมิของนักวิจัยกลุ่มอื่น รวมทั้งมาตรฐานพรมมิที่ระบุในเภสัชตํารับของอังกฤษ (British Pharmacopoeia; BP) และเภสัชตํารับของอเมริกา (The United States Pharmacopeia; USP) โดยผู้เขียนและคณะได้จัดทําโมโนกราฟ (monograph) ของพรมมิในประเทศไทยขึ้น และได้แสดงไว้ในส่วนภาคผนวกท้ายเล่ม วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และปริมาณที่กล่าวถึงในบทนี้ เป็นวิธีที่ใช้ได้ทั่วไป แต่สําหรับเทคนิคพิเศษที่ผู้เขียนและคณะพัฒนาขึ้น(1-5) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สารซาโปนินไกลโคไซด์ (saponin glycosides) ปริมาณน่อย ๆ ในพรมมิจะกล่าวไว้ในบทที่ 4

บทที่ 4 เทคนิคที่มีความไวสูง ในการวิเคราะห์ องค์ประกอบทางเคมี ในพรมมิ

ในบทนี้ จะกล่าวถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการวิเคราะห์ที่มีความไวในการตรวจวัดสูงในการวัดสารซาโปนินไกลโคไซด์ (saponin glycosides) ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางเคมีที่สําคัญของพรมมิสารกลุ่มซาโปนินไกลโคไซด์นี้ มักมีการดูดกลืนแสงอุลตราไวโอเล็ต (ultraviolet, uv) ได้ต่ํา ทําให้ไม่ไวต่อการตรวจวัดด้วยเทคนิคทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการดูดกลืนแสง uv เช่น ลิควิดโครมาโตกราฟีสมรรถนะสูง (High Performance Liquid Chromatography; HPLC) นักวิจัยหลายกลุ่มมีการพัฒนาการเพิ่มความไวในการทดสอบทางภูมิคุ้มกันวิทยา (immunoassay) และ ลิควิดโครมาโตกราฟีแมสส์สเปกโตรเมตรี (Liquid Chromatography Mass Spectrometry; LC/MS) เทคนิคที่มีความไวสูงเหล่านี้ เหมาะสําหรับการวิเคราะห์สารตัวอย่างปริมาณน้อย ๆ เช่น ในการวิเคราะห์สารซาโปนินไกลโคไซด์ที่มีปริมาณน้อยในตัวอย่าง หรือในการศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ของสมุนไพรพรมมิ

บทที่ 5 แนวทางการเกษตรที่เหมาะสมสำหรับพรมมิ

การเพาะปลูกสมุนไพรให้ได้คุณภาพดี เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือเพื่อนํามาใช้รักษาโรค หรือดูแลสุขภาพ จําเป็นต้องมีการปฏิบัติที่ดีในการเกษตรและการเก็บเกี่ยว (Good Agricultural and Collection Practices; GACP) อันครอบคลุมไปตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ แหล่งปลูก ดิน น้ําสภาพภูมิอากาศ วิธีการปลูก การดูแลรักษา การให้น้ํา ใส่ปุ๋ย การกําจัดวัชพืช สุขลักษณะและความสะอาด การเก็บเกี่ยว การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว การล้าง ทําให้แห้ง การบด ลดขนาด การเก็บรักษา การควบคุมคุณภาพ การบันทึกข้อมูล รวมทั้งการฝึกและให้ความรู้เกษตรกรที่ทํางานให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดเดียวกันบทนี้ จะกล่าวถึงแนวทางการเกษตรของพรมมิที่เหมาะสมในประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทดลองการปลูกในเรือนทดลองที่มีแสงแดดเข้าตลอดวันโดยมีการมุงตาข่ายเพื่อป้องกันแมลงเป็นเวลา 1 ปี (รูปที่ 5.1ก) เพื่อศึกษาผลกระทบของฤดูกาล และอายุในการเพาะปลูกต่อคุณภาพวัตถุดิบส่วนต่าง ๆ ของพรมมิ(1) แล้วขยายผลการศึกษาไปในการปลูกในแปลงกลางแจ้ง ที่จังหวัดพิษณุโลก อีก 2 ครั้ง ในเวลา 2 ปี (รูปที่ 5.1ข และ ค)(2) การจัดทําแนวทางการเกษตรที่เหมาะสมนี้ ดําเนินการตามแนวทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมสําหรับสมุนไพร ที่วางไว้โดยองค์การอนามัยโลก(3) นอกจากนี้ ตอนท้ายบทยังได้กล่าวถึงเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพรมมิโดยย่อไว้อีกด้วยข้อมูลในบทนี้ จะเป็นแนวทางสําหรับเกษตรกร หรือผู้สนใจในการเพาะปลูก ดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวพรมมิ เพื่อการจําหน่ายหรือนํามาใช้เอง เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี มีความสม่ําเสมอในทุกรุ่นการเพาะปลูก

บทที่ 6 ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ของพรมมิ

มีรายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพรมมิมากมาย โดยเฉพาะฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานของสมองและระบบประสาท อันเกี่ยวกับการเรียนรู้ ความจํา การคลายความกังวล การต้านการซึมเศร้าการต้านการชัก และผลต่อสารสื่อประสาทในสมองที่อาจไปเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เป็นต้น โดยมีการศึกษาทั้งในวัตถุดิบพืชพรมมิ สารสกัดพรมมิ สารผสมซาโปนิน (saponins) ที่ได้จากพรมมิ ที่เรียกว่า bacoside A และในรูปแบบสารบริสุทธิ์ นอกจากนี้ ในบทนี้ยังกล่าวถึงกลไกการออกฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องระบบประสาทของพรมมิ รวมถึงการศึกษาพิษวิทยาของสารสกัดพรมมิ และการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ ในพรมมิด้วย

บทที่ 7 การศึกษาพรมมิ ในมนุษย์

สมุนไพรพรมมิมีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศอินเดีย และมีการศึกษาการใช้พรมมิในมนุษย์ (clinical studies) มามากกว่า 10 การศึกษา ทั้งในประเทศอินเดีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย โดยนอกจากจะศึกษาความปลอดภัยในการใช้แล้ว ยังมุ่งเน้นการศึกษาประสิทธิภาพของพรมมิต่อความจํา และการเรียนรู้ มีบางรายงานที่ศึกษาผลของสารสกัดพรมมิต่อความเครียด และสภาวะทางอารมณ์ และยังมีการศึกษาผลของพรมมิต่อการเสริมสร้างเชาวน์ปัญญา และความจําในเด็กอีกด้วย สิ่งที่ต้องพิจารณาในการอ่านข้อมูลในการศึกษาเหล่านั้น คือความน่าเชื่อถือและความรัดกุมในการออกแบบการศึกษาและการทําการทดลอง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความแตกต่างของตัวอย่างสารสกัดพรมมิที่ใช้ในการศึกษาที่ต้องคํานึงถึง ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนต่อไป

ตัวอย่างพรมมิที่ใช้ในการศึกษา

ตัวอย่างสารสกัดพรมมิที่ใช้ในการศึกษาวิจัยทางคลินิกที่รวบรวมมาได้นี้ เป็นสารสกัดที่มีการควบคุมมาตรฐาน (standardization) แล้ว โดยมาจาก 6 แหล่ง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. Keenmind® (CDRI 08) เป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบแคปซูล ที่บรรจุ 150 หรือ 160 มก. ของสารสกัดพรมมิมาตรฐานที่ได้จากการสกัดราก ใบ และลําต้นของพรมมิด้วย เอธานอล 50% สารสกัดมีการควบคุมมาตรฐานให้มี bacosides ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55-60(1-4) วัตถุดิบพรมมิได้จากเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ประเทศอินเดียโดยแคปซูลขนาด 160 มก. บรรจุสารสกัดที่มาจาก 4 กรัมของพืชแห้ง (25:1) หรือแคปซูลชนาด 150 มก. บรรจุสารสกัดที่มาจาก 3กรัมของพืชแห้ง (20:1) ตัวอย่า

บทที่ 8 การศึกษาวิจัยพัฒนาพรมมิ…จากตลิ่ง…สู่ตลาด…

ในปัจจุบันนี้ อายุเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น อัตราส่วนของคนสูงอายุกับคนหนุ่มสาวก็เพิ่มขึ้น โลกกําลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทและความทรงจํา เป็นโรคเรื้อรังและเป็นสาเหตุให้คุณภาพชีวิตของประชากรสูงอายุน้อยลง ยาหรือสมุนไพรที่จะสามารถนํามารักษาหรือบรรเทาอาการโรคที่เกิดจากการเสื่อมนี้ จึงมีความสําคัญทั้งทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ สมุนไพรที่มีศักยภาพในการนํามาใช้เพื่อบํารุงสมอง บํารุงความจํา ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด ได้แก่แปะก้วย (gingko) และโสม ซึ่งเป็นพืชที่ไม้สามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่เมื่อไม่นานมานี้ คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ขอนแก่น และธรรมศาสตร์ ได้ร่วมมือกันศึกษาพืชสมุนไพรไทยที่ขึ้นริมตลิ่ง และไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก จนสามารถพิสูจน์ได้ถึงคุณประโยชน์ในการใช้บํารุงความจํา โดยศึกษาทั้งองค์ประกอบทางเคมี ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พิษวิทยาจนมาถึงการศึกษาในมนุษย์และนําไปสู่การถ่ายทอดให้ภาคเอกชนผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกสู่ประชาชนในที่สุดในบทนี้ จะกล่าวถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้พรมมิก้าวผ่านจากสมุนไพรริมตลิ่ง มาสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในตลาด รวมทั้งขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรพรมมิ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อเป็นตัวอย่างในการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรไทย จากห้องปฏิบัติการสู่ผลิตภัณฑ์ที่ประชาชนนําไปใช้ประโยชน์ทางสุขภาพได้

พรมมิ (PROM-MI) Bacopa monnieri (L.)Wettst.Brahmi

Synonyms Dwarf bacopa; Indian pennywort; Thyme leaved gratiola

Category Memory enhancer,anticognitive, neuroprotective, anti-inflammatory

พรมมิ

หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพรมมิในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ด้านการใช้พรมมิทางการแพทย์พื้นบ้าน องค์ประกอบทางเคมีในพรมมิการควบคุมคุณภาพ การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของพรมมิในมนุษย์ รวมถึงขั้นตอนการวิจัยพัฒนาพรมมิให้อยู่ในรูปแบบที่ทันสมัยและสะดวกในการนำไปใช้ นอกจากนี้ในท้ายเล่มยังมีโมโนกราฟอันแสดงการกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบพรมมิในประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

นักเขียน

Summary
product image
Author Rating
1star1star1star1star1star
Aggregate Rating
5 based on 3 votes
Brand Name
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร
Product Name
พรมมิ สมุนไพรบำรุงความจำ
Price
THB 350
Product Availability
Available in Stock
Message us