สรีรวิทยาระบบหัวใจ

สรีรวิทยาระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดกับการประยุกต์ใช้ทางเภสัชวิทยา เนื้อหาหลักในตำราคือสรีรวิทยา ระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดซึ่งเป็นระบบที่ผู้เรียนต้องใช้การคิดวิเคราะห์ในการทำความเข้าใจ ผู้เขียนเน้นการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเพื่อนำเสนอองค์ความรู้และมุ่งให้ผู้เรียนสร้างจินตนาการให้เกิด ภาพเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางสรีรวิทยาซึ่งเป็นศาสตร์ที่อธิบายกระบวนการแห่ง การมีชีวิตของมนุษย์ เหตุการณ์ทางสีรวิทยาหลายเหตุการณ์ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น หากมีเพียงความจำที่เป็นตัวหนังสือหรือภาพนิ่งเชิงกายวิภาคศาสตร์แต่ขาดจินตนาการของภาพ เคลื่อนไหวควบคู่ไปกับการคิดวิเคราะห์จากเหตุไปสู่ผลรวมทั้งการคิดย้อนกลับจากผลไปหาเหตุจะทำให้ ความเข้าใจและความประทับใจในศาสตร์ด้านสรีรวิทยาอย่างแท้จริงเกิดขึ้นได้ยาก ฉะนั้นการอธิบาย เนื้อหาบางช่วงบางตอนในตำาราเล่มนี้จึงใช้วิธีการตั้งคำาถาม ชวนให้คิดและกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพ บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจเชิงวิชาการที่ถูกต้อง และให้ผู้อ่านโดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาพัฒนาไปสู่ การเป็นนักคิดนักวิเคราะห์มากกว่าการเป็นนักท่องนักจำ

ผู้อ่านกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขาสามารถนำ ตำราเล่มนี้ไปใช้ประกอบการเรียนรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสรีรวิทยาและเภสัชวิทยาระดับพรีคลินิกได้ ความสำคัญและจุดเด่นของตำราเล่มนี้คือการเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสองศาสตร์ ได้แก่ สรีรวิทยาซึ่งเป็นศาสตร์พื้นฐานและเภสัชวิทยาซึ่งเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยการประยุกต์ใช้ความรู้สรีรวิทยา ตอนท้ายของแต่ละบทยกเว้นบทนำผู้เขียนได้เสนอหลักคิดและยกตัวอย่างการนำความรู้สรีรวิทยาไป อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่ใช้สำหรับการรักษาโรคหรือความผิดปกติที่พบบ่อยในระบบหัวใจ ร่วมหลอดเลือด โดยมุ่งหวังว่าผู้อ่านจะตระหนักถึงความสำคัญของการมีความรู้สรีรวิทยาที่เข้มแข็งและ การจะนำความรู้สรีรวิทยาไปใช้ต่อยอด นอกจากนี้ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงความรู้ที่เป็นปัจจุบัน และทิศทางของงานวิจัยของทั้งสองศาสตร์ควบคู่กันไปด้วย

การใช้คำศัพท์สรีรวิทยาในตำราเล่มนี้เป็นไปตามที่คณะกรรมการศัพท์บัญญัติสรีรวิทยา สรีรวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนด และได้ตรวจสอบความถูกต้องกับพจนานุกรมศัพท์บัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน แต่ยังมีคำศัพท์บางคำที่ผู้เขียนใช้เป็นภาษาอังกฤษ (แบบ British English) เพราะเชื่อว่าจะสื่อความหมายได้ถูกต้องชัดเจนขึ้น และจะเป็นประโยชน์แก่นิสิตนักศึกษาที่ต้องศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมจากตำราและบทความทางวิชาการอื่น ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษต่อไป

สรีรวิทยาระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดกับการประยุกต์ใช้ทางเภสัชวิทยา Cardiovascular Physiology and Pharmacological Applications

ร่างกายมนุษย์ต้องอาศัยแก๊สออกซิเจน (O2) สารอาหาร และอิเล็กโทรไลต์ (electrolytes) ในการดำรงชีวิตของเซลล์ทุกเซลล์ และต้องกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม (metabolism) เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) กรดแลกติก (lactic acid) และยูเรีย (urea) ฯลฯ สารต่าง ๆ เหล่านี้ ถูกลำเลียงไปตามกระแสเลือด ภายใต้การทำงานของระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด (cardiovascular system) ซึ่งประกอบด้วยหัวใจ (heart) และหลอดเลือด (blood vessels) หัวใจทำหน้าที่เสมือนเครื่องสูบ (pump) ที่สูบฉีดเลือดเข้าสู่หลอดเลือด ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อ ทำหน้าที่ขนส่งเลือดไปยังเนื้อเยื่อและเซลล์ ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ตลอดจนนำเลือดที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊สและสารอาหารแล้วกลับสู่หัวใจ ระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดมีบทบาทสำคัญ ในการทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารระหว่างเลือดกับสิ่งแวดล้อมภายนอกและเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายเป็นต้นว่า

ทำงานร่วมกับระบบหายใจ: เลือดที่ออกจากหัวใจไปยังปอด จะมีการแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างเลือดกับอากาศจากภายนอกที่เข้าสู่ถุงลมจากการหายใจเข้า ซึ่งเป็นอากาศที่มีความดันของ O2 สูงกว่าในเลือด ดังนั้น O2 จึงแพร่จากถุงลมเข้าสู่เลือด และถูกขนส่งไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายภายใต้การทำงานของระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด ในขณะที่ CO2 มีความดันในเลือดสูงกว่าในถุงลม CO2 จึงแพร่จากเลือดเข้าสู่ถุงลมและถูกกำจัดออกนอกร่างกาย ผ่านทางการหายใจออกภายใต้การทำงานของระบบหายใจ

ทำงานร่วมกับระบบทางเดินอาหาร: ในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะที่ลำไส้เล็ก เลือดที่ไหลเวียนมาบริเวณนี้จะได้รับสารอาหาร เช่น กลูโคส (glucose) กรดอะมิโน (amino acid) และกรดไขมัน (fatty acid) ฯลฯ สารอาหารเหล่านี้เกิดจากกระบวนการย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไป จากนั้นจึงถูกดูดซึมเข้าสู่เลือดต่อมาเลือดจากอวัยวะในระบบทางเดินอาหารทั้งหมดจะเข้าสู่หลอดเลือดดำพอร์ทัล (portal vein) ซึ่งนำเลือดดำไปยังตับที่ทำหน้าที่เมแทบอไลซ์สารต่าง ๆ จากนั้นเลือดจึงออกจากตับไหลเวียนกลับสู่หัวใจและถูกสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆทั่วร่างกายตามลำดับ

ทำงานร่วมกับระบบทางเดินปัสสาวะ: เลือดที่ไหลเวียนไปที่ไตจะถูกกรอง ทำให้ของเสียที่อยู่ในเลือดถูกกำจัดออกจากร่างกายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกผ่านทางกระบวนการสร้างและขับน้ำปัสสาวะ

ทำงานร่วมกับระบบผิวหนัง: เป็นการทำงานเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกาย กล่าวคือ เมื่ออากาศร้อนหลอดเลือดที่ผิวหนังจะขยาย (vasodilation) ทำให้เพิ่มขนาดและพื้นที่ผิวของหลอดเลือด ส่งผลเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดที่ผิวหนัง จึงเพิ่มการระบายความร้อนจากร่างกายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ในทางตรงกันข้าม ถ้าอากาศหนาวหลอดเลือดจะหดแคบ (vasoconstriction) ทำให้ลดขนาดและพื้นที่ผิวของหลอดเลือดส่งผลลดอัตราการไหลเวียนเลือดที่ผิวหนัง จึงลดการสูญเสียความร้อนจากร่างกายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ทำให้อุณหภูมิร่างกายถูกควบคุมให้คงที่ และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมภายนอก

ในสส่วนบทที่ 2 ได้กล่าวถึงคุณสมบัติทางไฟฟ้าของหัวใจ บทที่ 3 คุณสมบัติเชิงกลของหัวใจ บทที่ 4 สรีรวิทยาของหลอดเลือด บทที่ 5 การควบคุมการทำงานของระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด บทที่ 6 สรีรวิทยาของหลอดเลือดกับการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยพื้นฐาน

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้ด้านสรีรวิทยาระบบหัวใจร่วมหลอดเลือดจาก ตำาราเล่มนี้ และสามารถพัฒนาตนให้มีทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ตลอดจนมีความซาบซึ้ง เห็นและเข้าใจ กลไกการทำงานของร่างกายมนุษย์ที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยภายใต้กฎธรรมชาติ เพื่อการประยุกต์ใช้ สู่การเรียนรู้ในระดับคลินิกตามศาสตร์สาขาแห่งวิชาชีพของตนต่อไป

สั่งซื้อออนไลน์