พันธุศาสตร์ การวิจัยระดับโมเลกุลพื้นฐานจำเป็น ได้รวบรวมข้อมูลจากหนังสือ ตำรา และบทความต่าง ๆ รวมทั้งจากประสบการณ์การทำวิจัยทาง ด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชสมัยใหม่ของผู้เรียบเรียงเองเพื่อนำเสนอความรู้และเทคนิคพื้นฐานทางพันธุศาสตร์ ระดับโมเลกุลที่จำเป็นสำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นศึกษาวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลของพืชโดยแบ่ง เนื้อหาเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกรดนิวคลีอิค จีโนม ยีนและกลไกการทำงาน ของยีน และส่วนที่สองเป็นหลักการเทคนิคระดับโมเลกุลพื้นฐานที่จำเป็นในการทำงานวิจัยระดับโมเลกุล ของพืช

การเข้าใจในหลักการของแต่ละเทคนิคเป็นอย่างดีจะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถประยุกต์และดัดแปลงวิธีการ และขั้นตอนได้อย่างเหมาะสมเมื่อประสบกับปัญหาในการทำวิจัย และช่วยให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการ ทดลองมากขึ้น ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาสื่อออนไลน์ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพันธุศาสตร์ระดับ โมเลกุลจำนวนมาก ทั้งแสดงกลไกต่าง ๆ ภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตและเทคโนโลยีหรือเทคนิคที่ใช้ในการทำวิจัย ซึ่ง ช่วยให้สามารถเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น การใช้หนังสือเล่มนี้ประกอบกับการเรียนรู้จากสื่อเหล่านี้จะ ช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
บทที่ 1 กรดนิวคลีอิค ยีน และจีโนม
กรดนิวคลีอิค (nucleic acid) เป็นชีวโมเลกุล (biological molecule) ขนาดใหญ่ในกลุ่ม แมคโครโมเลกุล (macromolecule) ที่อยู่ในรูปสายพอลิเมอร์ (polymer) ทําหน้าที่เก็บและถ่ายทอด ข้อมูลทางพันธุกรรม (genetic information) กรดนิวคลีอิคของสิ่งมีชีวิตมี 2 ชนิด ได้แก่ ดีเอ็นเอ (DNA ย่อมาจาก deoxyribonucleic acid) และอาร์เอ็นเอ (RNA ย่อมาจาก ribonucleic acid) กลไก ชีวเคมีต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตอาศัยเอ็นไซม์ (enzyme) ซึ่งสร้างมาจากรหัสที่อยู่ในโมเลกุลดีเอ็นเอ ในจีโนม (genome) ของเซลล์ดีเอ็นเอ ส่วนที่มีรหัสอยู่นี้คือ ยีน (gene) ในกระบวนการถอดรหัส (transcription) ของยีนลําดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอทําหน้าที่เป็นแม่แบบ (DNA template) สําหรับการสังเคราะห์อาร์เอ็นเอ อาร์เอ็นเอที่ถอดรหัสมาจากยีน เรียกว่า อาร์เอ็นเอนํารหัส (messenger RNA) หรือ เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ซึ่งจะถูกแปลรหัสไปเป็นลําดับของกรดอะมิโน (amino acid) เพื่อสร้างเป็นโปรตีนหนึ่งชนิดหรือมากกว่าหนึ่งชนิดผ่านกระบวนการแปลรหัส (translation) นําไปสู่การกําหนดลักษณะฟีโนไทป์ (phenotype) ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
บทที่ 2 แกนหลักของชีววิทยาระดับโมเลกุล
เซลล์สิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดเก็บข้อมูลทางพันธุกรรมในรูปของดีเอ็นเอสายคู่ (double-stranded DNA) ยกเว้นไวรัส (virus) ซึ่งอาจมีจีโนมประกอบด้วยกรดนิวคลีอิคสายคู่หรือ สายเดี่ยว กรดนิวคลีอิคของไวรัสอาจเป็นดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ โดยทั่วไปจีโนมของไวรัส มีขนาดเล็ก และสร้างโปรตีนเพียงไม่กี่ชนิดที่จําเป็นในการเพิ่มจํานวนของไวรัส ในการจําลอง และเพิ่ม จํานวนกรดนิวคลีอิคของไวรัส ไวรัสอาศัยกลไกทางชีวเคมีของเซลล์เจ้าบ้าน (host cell) ที่อาศัยอยู่ เช่น เมื่อไวรัสที่มีจีโนมเป็นอาร์เอ็นเอทําให้เซลล์ติดเชื้อแล้วระบบปฏิบัติการภายในเซลล์สามารถ แปลรหัสจากอาร์เอ็นเอของไวรัสไปเป็นโปรตีนได้โดยตรง หรืออาจใช้จีโนมของไวรัสเป็นแม่แบบแล้ว สังเคราะห์อาร์เอ็นเอคู่สม (complementary RNA) สําหรับการแปลรหัสต่อไป ไวรัสที่มีจีโนม เป็นอาร์เอ็นเอบางชนิดจะสร้างเอ็นไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทส (reverse transcriptase) เพื่อใช้ สังเคราะห์ดีเอ็นเอโดยใช้อาร์เอ็นเอเป็นแม่แบบ ทันทีที่เอ็นไซม์นี้กระตุ้นการถอดรหัสแบบย้อนกลับ (reverse transcription) จากอาร์เอ็นเอจีโนมของไวรัส ไปเป็นดีเอ็นเอคู่สมหรือคอมพลีเมนแทรี ดีเอ็นเอ (complementary DNA) หรือเรียกโดยย่อว่าซีดีเอ็นเอ (cDNA) กลไกการถอดรหัส และ การแปลรหัสของเซลล์เจ้าบ้านจะสร้างองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จําเป็นต่อการเพิ่มจํานวนของไวรัส การไหลเวียนของข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตตามแกนหลักของชีววิทยาระดับโมเลกุล (central dogma of molecular biology)
บทที่ 3 การสกัดแยกกรดนิวคลีอิคของพืช
งานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ซึ่งเน้นพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลจําเป็นต้องใช้ กรดนิวคลีอิคจากตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อใช้เริ่มต้นในการศึกษาวิจัย การสกัดแยกกรดนิวคลีอิค เป็น เทคนิคพื้นฐานจําเป็นสําหรับการทํางานวิจัยด้านนี้ กรดนิวคลีอิคมี 2 ชนิด ได้แก่ ดีเอ็นเอ (DNA) และ อาร์เอ็นเอ (RNA) ซึ่งมีโครงสร้างทางเคมีที่ใกล้เคียงกันมากดังนั้นการสกัดแยก กรดนิวคลีอิคทั้งสองชนิดจึงต้องมีวิธีการที่จําเพาะเพื่อแยกดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอออกจากกันรวมทั้ง ต้องแยกให้บริสุทธิ์จากชีวโมเลกุลอื่น ๆ ด้วย การใช้ดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอที่มีคุณภาพดีช่วยทําให้ ผลการทดลองที่ได้มีความถูกต้องแม่นยําและมีความน่าเชื่อถือสูง รวมทั้งสามารถทําซ้ําได้

บทที่ 4 หลักพีซีอาร์พื้นฐาน
พอลิเมอเรสเชนรีแอ็คชั่น (Polymerase Chain Reaction) หรือพีซีอาร์ (PCR) เป็นเทคนิค การเพิ่มปริมาณชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่สนใจในหลอดทดลองเทคนิคนี้ถูกพัฒนาขึ้น โดย Kary Mullis ในปี ค.ศ. 1983 และในปัจจุบันถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานจําเป็นสําหรับงานวิจัยทางด้านชีววิทยาระดับ โมเลกุลในแขนงต่าง ๆ ของวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต (life sciences) ทั้งคน สัตว์ พืช และจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้เทคนิคพีซีอาร์ในงานทางคลินิกด้วย พีซีอาร์สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ เป้าหมายได้แม้ว่าจะมีดีเอ็นเอเป้าหมายเริ่มต้นเพียงหนึ่งโมเลกุล ดังนั้น ดีเอ็นเอจากแหล่งใดก็ตามที่มี ดีเอ็นเอเป้าหมายเพียงหนึ่งหรือไม่กี่โมเลกุลโดยหลักการสามารถใช้เป็นต้นแบบสําหรับการสําเนาเพิ่ม จํานวนด้วยเทคนิคพีซีอาร์ ทั้งนี้ไม่ว่าดีเอ็นเอจะมาจากแหล่งใดก็ตาม เช่น ดีเอ็นเอที่เตรียมได้จากเลือด สเปิร์มหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ จากตัวอย่างทางอาชญากรรม จากตัวอย่างสิ่งมีชีวิตโบราณ ดีเอ็นเอจาก จุลินทรีย์ในห้องปฏิบัติการ หรือดีเอ็นเอบริสุทธิ์ การทําพีซีอาร์พื้นฐานสามารถทําได้ก็ต่อเมื่อรู้ ข้อมูลลําดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอเป้าหมายเท่านั้น
บทที่ 5 ดีเอ็นเอโคลนนิ่ง
เดิมทีการวิเคราะห์รายละเอียดระดับโมเลกุลของโปรตีนหรือองค์ประกอบอื่น ๆ ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทําได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากมีโปรตีนและองค์ประกอบเหล่านั้น ไม่เพียงพอที่จะนํามาวิเคราะห์ได้รวมทั้งการแยกบริสุทธิ์ให้ได้ปริมาณมาก ๆ ทําได้ยาก วิธีหนึ่งที่ทําได้ คือ การแยกสกัดยีนที่สร้างโปรตีนหรือผลผลิตที่สนใจออกมา อย่างไรก็ตาม จีโนมของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีขนาดใหญ่และซับซ้อน และลําดับดีเอ็นเอที่เราสนใจส่วนใหญ่ปรากฏเพียงแค่หนึ่งหรือสองแห่ง ในเซลล์ดังนั้นวิธีทางเคมีหรือชีวเคมีไม่สามารถใช้แยกบริเวณที่จําเพาะของจีโนมเพื่อทําการศึกษา เฉพาะลําดับดีเอ็นเอที่สนใจได้เนื่องจากมีคุณสมบัติทางเคมีเหมือนกับลําดับดีเอ็นเออื่น ๆ การแก้ไข ปัญหานี้ทําได้โดยการนําชิ้นส่วนสั้น ๆ ของจีโนมซึ่งอาจมียีนหรือลําดับดีเอ็นเอที่สนใจใส่ไปในเวกเตอร์ (vector) เกิดเป็นรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ (recombinant DNA) ซึ่งสามารถจําลองตัวได้อย่างเป็นอิสระ จากจีโนม และโดยปกติจะจําลองตัวในเจ้าบ้าน (host) ชนิดอื่นได้ด้วย การเพิ่มจํานวนเซลล์เจ้าบ้านที่มี รีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเออยู่ทําให้เกิดกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีความเหมือนกันทางพันธุกรรมหรือโคลน (clone) เรียกกระบวนการนี้ว่า ดีเอ็นเอโคลนนิ่ง (DNA cloning)

บทที่ 6 เทคนิคพันธุวิศวกรรมพืชเบื้องต้น
การถ่ายดีเอ็นเอสู่พืช (plant transformation) ได้ถูกนํามาใช้สําหรับศึกษากลไก การทํางานของพืชและเพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณลักษณะของพืชปลูก โดยการถ่ายดีเอ็นเอสู่พืชมุ่งหวัง ที่จะถ่ายดีเอ็นเอเข้าไปรวมอยู่กับจีโนมของพืชอย่างถาวร ทั้งนี้มีการพัฒนาเทคนิคการถ่ายดีเอ็นเอ สู่พืชหลายวิธีและประสบความสําเร็จในพืชหลายชนิดแล้ว การถ่ายดีเอ็นเอสู่พืชที่นิยมวิธีหนึ่ง คือ การใช้อะโกรแบคทีเรียม (Agrobacterium) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคในพืชใบเลี้ยงคู่ช่วยถ่ายดีเอ็นเอ เข้าสู่จีโนมของพืช ในระยะเริ่มแรกของการถ่ายดีเอ็นเอเข้าสู่พืชโดยใช้เชื้ออะโกรแบคทีเรียม ไม่ประสบความสําเร็จในการถ่ายดีเอ็นเอสู่พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ทําให้มีการพัฒนาวิธีการถ่ายดีเอ็นเอ โดยตรงโดยไม่ผ่านอะโกรแบคทีเรียม วิธีการถ่ายดีเอ็นเอโดยตรงที่นิยมและประสบความสําเร็จมาก คือ การยิงอนุภาค (particle bombardment หรือ biolistics) วิธีนี้ถูกนํามาใช้ในการถ่ายดีเอ็นเอ สู่พืชใบเลี้ยงเดี่ยวอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์อะโกรแบคทีเรียม ให้สามารถถ่ายดีเอ็นเอเข้าสู่พืชใบเลี้ยงเดี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
บทที่ 7 การตรวจสอบการแสดงออกของยีน
แม้ว่าทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีชุดของยีนเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกยีนที่จะถูกใช้ พร้อมกันในทุกเซลล์ทุกเวลา มียีนเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกใช้ในเซลล์หนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่งผ่านการ ควบคุมเป็นอย่างดีในรูปแบบการแสดงออกของยีน (gene expression) ที่ทําให้เซลล์ในแต่ละเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะมีความแตกต่างกัน รวมทั้งตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นแตกต่างกันไป การแสดงออกของยีน ส่วนใหญ่เป็นพลวัตคือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ยีนเดียวกันอาจแสดงออกแตกต่างกันได้ในสภาวะ แวดล้อมที่ต่างกันหรือเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่ต่างกัน พืชที่มีจีโนไทป์เหมือนกัน เช่น พืชที่มาจาก การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศอาจมีฟีโนไทป์ต่างกันได้หากพืชได้รับสิ่งกระตุ้นที่แตกต่างกัน ความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ยีนมีการแสดงออกที่แตกต่างกัน


รองศาสตราจารย์ ดร. คำรพ รัตนสุต
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร
คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Related Content
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บทความและข่าวสารที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

JASP คืออะไร? คู่มือโปรแกรม JASP สำหรับวิเคราะห์สถิติและงานวิจัย
JASP คืออะไร? JASP คือโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบ...
อ่านต่อ
บริหารให้ทันโลกดิจิทัล Key Insight จาก Contemporary Management and Digital Disruption
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสน...
อ่านต่อ
เปิดมุมมองใหม่ของ “โลจิสติกส์” ผ่านเครือข่ายการเดินทางในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เมื่อพูดถึง “โลจิสติกส์” หลายคนอาจนึกถึงคลังสินค้า การข...
อ่านต่อประวัติศาสตร์ สังคม เมืองพิษณุโลก พ.ศ. 2475–2503
หากกล่าวถึง “พิษณุโลก” หลายคนอาจนึกถึงเมืองประวัติศาสตร...
อ่านต่อ
