cropped-logo_new_publishing.webpสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร

เมื่อพูดถึงคำว่า “หนังสือ” หลายคนอาจนึกถึงสิ่งพิมพ์ที่รวบรวมเรื่องราว ความรู้ หรือความบันเทิงไว้เป็นเล่ม แต่ในแวดวงมหาวิทยาลัย คำว่า “ตำรา” และ “หนังสือทางวิชาการ” มีความหมายและลักษณะเฉพาะมากกว่าหนังสือทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อหนังสือนั้นถูกจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอน การสร้างองค์ความรู้ หรือใช้เป็นผลงานทางวิชาการ

แล้ว ตำราวิชาการคืออะไร หนังสือทางวิชาการต่างจากหนังสือทั่วไปอย่างไร และหนังสือแบบใดจึงจะเรียกว่าเป็น “ตำรา” ได้ บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจอย่างเป็นระบบโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ด้านผลงานทางวิชาการของ ก.พ.อ.1

ตำราวิชาการคืออะไร?

ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผลงานทางวิชาการ “ตำรา” หมายถึง งานวิชาการที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับการเรียนการสอนทั้งวิชา หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา เนื้อหาไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แต่ผู้เขียนต้องนำทฤษฎี ผลงานวิจัย หรือองค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้ามา วิเคราะห์ สังเคราะห์ รวบรวม และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ โดยมีมโนทัศน์หลักเป็นแกนกลางและเชื่อมโยงกับมโนทัศน์ย่อยอย่างมีเอกภาพ รวมถึงใช้ภาษาที่เป็นมาตรฐานทางวิชาการ1

จุดสำคัญของตำราจึงอยู่ที่คำว่า “ใช้ในการเรียนการสอน” กล่าวคือ ตำรามักมีความสัมพันธ์กับรายวิชาหรือหลักสูตร และออกแบบเนื้อหาให้ผู้เรียนสามารถศึกษาความรู้ในศาสตร์นั้นอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตำราที่ดีไม่ควรทำหน้าที่เพียงสรุปเนื้อหาสำหรับใช้สอนในห้องเรียนเท่านั้น หลักเกณฑ์ระบุว่าตำราสามารถพัฒนามาจากเอกสารคำสอนได้ แต่ต้องพัฒนาจนมีความสมบูรณ์ในระดับที่บุคคลซึ่งไม่ได้เรียนรายวิชานั้นสามารถอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาได้ด้วยตนเอง

ตำราวิชาการควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

ตำราที่มีคุณภาพควรมีโครงสร้างทางวิชาการที่ชัดเจน เช่น คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การอธิบายหรือการวิเคราะห์ การสรุป การอ้างอิง บรรณานุกรม และดัชนีค้นคำ รวมทั้งควรใช้แหล่งข้อมูลที่ทันสมัยและครบถ้วน ผู้เขียนอาจใช้แผนภาพ ตาราง ตัวอย่าง หรือกรณีศึกษาเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น การนำสไลด์การสอน เอกสารประกอบการสอน หรือข้อมูลจากเว็บไซต์หลายแห่งมารวมกันแล้วจัดพิมพ์เป็น หนังสือ จึงไม่ได้ทำให้งานนั้นกลายเป็น “ตำรา” โดยอัตโนมัติ หัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการทางวิชาการ ตั้งแต่การกำหนดแนวคิด การคัดเลือกข้อมูล การวิเคราะห์และสังเคราะห์ ไปจนถึงการเรียบเรียงให้เกิดองค์ความรู้ที่มีความเป็นระบบ

ดังนั้นการเขียนตำราจึงควรใส่ชื่อรายวิชา หรือรหัสวิชาที่ใช้ในนการเรียนการสอนลงไปในส่วนของคำนำด้วย

แล้ว “หนังสือทางวิชาการ” คืออะไร?

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในหลักเกณฑ์ผลงานทางวิชาการ “หนังสือ” และ “ตำรา” เป็นคนละประเภทกัน

หนังสือทางวิชาการ หมายถึง งานที่เกิดจากการค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่าง รอบด้านและลึกซึ้ง มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ใช้ภาษามาตรฐานทางวิชาการ และมีทัศนะของผู้เขียนที่ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้มแข็งให้แก่สาขาวิชานั้น1

ความแตกต่างสำคัญคือ หนังสือทางวิชาการไม่จำเป็นต้องเขียนตามรายวิชา หรือข้อกำหนดของหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง และไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนโดยตรง

ตัวอย่างเช่น หนังสือเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับเศรษฐกิจไทย” อาจเป็นหนังสือทางวิชาการที่วิเคราะห์เรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่ได้ออกแบบเนื้อหาตามรายวิชาใดโดยเฉพาะ ขณะที่ “แคลคูลัส I” ซึ่งจัดเนื้อหาตามผลลัพธ์การเรียนรู้และหัวข้อของรายวิชา มีโอกาสมีลักษณะเป็นตำรามากกว่า

หนังสือทางวิชาการและตำราต่างจากหนังสือทั่วไปอย่างไร?

คำว่า “หนังสือทั่วไป” ไม่ใช่ประเภทผลงานที่มีคำนิยามเฉพาะ หากใช้คำนี้ในบริบทของบทความนี้ หมายถึงหนังสือที่ผลิตขึ้นสำหรับผู้อ่านทั่วไป เช่น หนังสือสารคดี หนังสือความรู้ทั่วไป คู่มือ หนังสือพัฒนาตนเอง นวนิยาย หรือหนังสือเชิงประสบการณ์ ซึ่งวัตถุประสงค์และกระบวนการจัดทำอาจแตกต่างกันไป

ประเด็นตำราวิชาการหนังสือทางวิชาการหนังสือทั่วไป
วัตถุประสงค์หลักใช้ในการเรียนการสอนสร้างและเผยแพร่ความรู้เชิงลึกให้ความรู้ ความบันเทิง แนวคิด หรือประสบการณ์
ความสัมพันธ์กับหลักสูตรมีความสัมพันธ์กับวิชาที่ใช้ตำราไม่จำเป็นต้องผูกกับรายวิชาโดยทั่วไปไม่เกี่ยวกับหลักสูตร
วิธีสร้างเนื้อหาวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้อย่างเป็นระบบศึกษาเรื่องหนึ่งอย่างรอบด้านและลึกซึ้งแตกต่างตามประเภทของหนังสือ
การอ้างอิงมีความสำคัญอย่างยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้
ภาษามาตรฐานทางวิชาการมาตรฐานทางวิชาการปรับตามกลุ่มผู้อ่าน
กลุ่มผู้อ่านนักศึกษา อาจารย์ นักวิชาการนักวิชาการ นักวิชาชีพ ผู้สนใจเฉพาะด้านผู้อ่านทั่วไปหรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
Peer Reviewมีความสำคัญเมื่อจัดทำเป็นผลงานตามเกณฑ์วิชาการมีความสำคัญเมื่อจัดทำเป็นผลงานตามเกณฑ์วิชาการไม่ใช่ข้อกำหนดทั่วไป

อีกประเด็นที่เห็นความแตกต่างได้ชัดคือ กระบวนการประเมินทางวิชาการ เอกสารที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูลระบุถึงการเผยแพร่ตำราและหนังสือที่ใช้เป็นผลงานทางวิชาการ โดยต้องมีหลักฐานการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และสามารถเผยแพร่ได้ทั้งสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book ตามเงื่อนไขที่กำหนด

หนังสือวิชาการที่ดีไม่ใช่แค่หนังสือที่มีบรรณานุกรม

ข้อเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ หากหนังสือเล่มใดมีการอ้างอิงจำนวนมากหรือมีบรรณานุกรมท้ายเล่ม หนังสือนั้นจะกลายเป็นหนังสือวิชาการทันที ในความเป็นจริง การอ้างอิงเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง

หัวใจของหนังสือทางวิชาการและตำราอยู่ที่การที่ผู้เขียนสามารถ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เชื่อมโยง และเรียบเรียงองค์ความรู้ด้วยมุมมองทางวิชาการของตนเอง ไม่ใช่เพียงนำข้อความหรือข้อมูลจากเอกสารหลายแห่งมารวบรวมต่อกัน

ตัวอย่างเช่น หากผู้เขียนต้องการสร้างตำราเรื่อง “การจัดการทรัพยากรมนุษย์” การนำทฤษฎีจากหนังสือหลายเล่มมาเรียงตามหัวข้อยังไม่เพียงพอ แต่ควรอธิบายความสัมพันธ์ของแนวคิด เปรียบเทียบทฤษฎี วิเคราะห์ข้อจำกัด เชื่อมโยงผลการวิจัย รวมถึงใช้กรณีศึกษาหรือตัวอย่างที่ช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจอย่างเป็นระบบ

สรุปตำรา หนังสือวิชาการ และหนังสือทั่วไป เลือกเขียนแบบไหนดี?

หากเป้าหมายคือการสร้าง หนังสือสำหรับใช้ประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา และมีโครงสร้างเนื้อหาที่สัมพันธ์กับศาสตร์หรือรายวิชานั้นอย่างชัดเจน งานดังกล่าวมีแนวทางไปสู่การเป็น “ตำรา”

หากต้องการศึกษาและนำเสนอหัวข้อทางวิชาการเรื่องหนึ่งอย่างละเอียด มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ รวมทั้งเสนอทัศนะทางวิชาการของผู้เขียน แต่ไม่ได้จำกัดเนื้อหาตามหลักสูตร งานนั้นมีลักษณะใกล้เคียงกับ “หนังสือทางวิชาการ”

ส่วน หนังสือทั่วไป มีอิสระมากกว่า ทั้งด้านเนื้อหา รูปแบบ ภาษา และกลุ่มผู้อ่าน และไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างหรือกระบวนการประเมินแบบผลงานทางวิชาการ

ดังนั้น สิ่งที่ทำให้ หนังสือ แต่ละประเภทแตกต่างกัน ไม่ได้อยู่ที่ความหนาของเล่ม จำนวนหน้า หรือการมี ISBN แต่อยู่ที่ วัตถุประสงค์ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ โครงสร้างเนื้อหา วิธีใช้แหล่งข้อมูล และกลุ่มผู้อ่านที่หนังสือเล่มนั้นต้องการสื่อสารด้วย

บรรณานุกรม

  1. ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564. (7 มกราคม 2565). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 4 ง หน้า 22-50. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/004/T_0022.PDF
  2. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2568). มาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการ: หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์. https://www.ops.go.th/th/617-icd/formula-icd/13735-2025-12-01-09-01-19?utm_source=chatgpt.com

Soraya S.

Writer

Graphic Design และ Content Creator ที่หลงใหลในการเขียน Content และเชื่อว่า Content เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับทุก ๆ คน

Related Content

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความและข่าวสารที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน