ภาษา Python นำไปใช้กับศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ภาษา Python เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากความง่ายของโครงสร้างภาษาที่ทำให้ผู้ริเริ่มเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจหลักการเขียนโปรแกรมและสามารถนำไปสร้างเป็นโปรแกรมอย่างง่าย ทั้งยังเป็นภาษาที่ผู้พัฒนาโปรแกรมยักษ์ใหญ่อย่าง Google เลือกใช้ เป็นภาษาที่มีความหลากหลายและมีให้เลือกใช้ในเกือบจะทุก ๆ ระบบปฏิบัติการ ทำให้ไพธอนกลายเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีผู้นำไปพัฒนาเป็นโปรแกรมใช้งานในด้านต่าง ๆ มากที่สุด
หนังสือเล่มนี้จะนำท่านเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้ภาษาไพธอนตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีตัวอย่างโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จุลชีววิทยา ตลอดจนการค้นหาสำหรับงานทางชีวสารสนเทศเบื้องต้น เหมาะสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจอยากจะเรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานสำหรับการสร้างโปรแกรมใช้งานอย่างง่าย ก็สามารถนำมาอ่านและศึกษาด้วยตนเองเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเขียนโปรแกรม หรือเพื่อสร้างโปรแกรมที่สามารถประยุกต์ใช้กับสิ่งที่ตนเองสนใจได้
บทที่ 1 ภาษาไพธอนและโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ มีบทบาทอย่างมากกับชีวิตในปัจจุบันของมนุษย์ยุคใหม่ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ ส่วนสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ที่มีคอมพิวเตอร์นั้น คือ ซอฟต์แวร์ (software) สื่อกลางในการติดต่อระหว่างความต้องการใช้งานอุปกรณ์ของมนุษย์กับการทำงานของตัวอุปกรณ์หรือที่เรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (hardware) ให้สามารถทำงานในทิศทางตามที่ต้องการ
ภาษาคอมพิวเตอร์จัดเป็นภาษาที่มีรูปแบบแน่นอน (formal languages) ถูกพัฒนาและ ออกแบบเพื่อการใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด เช่นเดียวกับสมการทางคณิตศาสตร์ สูตรเคมี ฯลฯ มีลักษณะตรงกันข้ามกับภาษาที่ใช้สื่อสารกันทั่วไป เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ฯลฯ ซึ่งจัดเป็นภาษาที่เกิดและมีวิวัฒนาการเองตามธรรมชาติ (natural language) ภาษาคอมพิวเตอร์มีลักษณะที่ไม่กำกวม ตีความตามตัวอักษรที่เขียนเป็นคำสั่ง ในขณะที่ภาษาพูดและภาษาเขียนของเรามีลักษณะที่กำกวมหรือชัดเจนก็ได้ และอาจจะมีความหมายตรงตัวหรือเป็นแค่เชิงอุปมาอุปไมย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบทกวีที่มีลักษณะแทบจะตรงกันข้ามกับภาษาคอมพิวเตอร์ทุกประการ

บทที่ 2 เริ่มต้นใช้งานไพธอน
2.1 โปรแกรมภาษาไพธอน
เป็น Open Source ที่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไรในนามของ Python Software Foundation ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ฟรีที่เว็บไซต์ https://www.python.ors ตัวโปรแกรมมีให้ดาวน์โหลดได้ในหลายระบบปฏิบัติการ ทั้ง Windows, Linux/UNIX, MacOS และสำหรับระบบปฏิบัติการอื่น ๆ มี 2 เวอร์ชันหลัก คือ Python 2.7.x และ Python 3xx อย่างไรก็ตาม Python 2.7.x จะหยุดพัฒนาในอีกไม่นาน ในการติดตั้งภาษาไพธอนสำหรับการเรียนรู้ไปพร้อมกับหนังสือเล่มนี้ให้ติดตั้งไพธอนเวอร์ชันล่าสุด โดยดำเนินการติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ดูแลเว็บไซต์
2.2 การติดตั้งโปรแกรมภาษาไพรอน
เข้าสู่เว็บไซต์ Python ทางการที่ https://www.python.org/downloads และทำการดาวน์โหลดโปรแกรมภาษาไพธอนที่สอดคล้องกับระบบปฏิบัติการของตัวเอง แนะนำให้ดาวน์โหลดไพธอนเวอร์ชันล่าสุดที่เป็น Python 3.x x เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาในบทเรียนนี้ หลังจากการติดตั้งเสร็จสิ้น สามารถตรวจสอบว่า python ได้รับการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือไม่ โดยไปที่โฟลเดอร์ Python 3.x ตรวจหาไฟล์ชื่อ IDE ถ้าพบแสดงว่าโปรแกรมภาษาไพรอนติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
2.3 การใช้งานไพธอนในแบบตอบสนองทันที
เมื่อเริ่มต้นใช้งานโปรแกรมภาษาไพธอนเป็นครั้งแรก ไพธอนจะแสดงวินโดว์ Python Shell โดยมีเครื่องหมาย “>>” เรียกว่า Python prompt อยู่หน้าเคอร์เซอร์ที่กำลังกะพริบ ซึ่งแสดงถึงความ “พร้อม” ในการรอรับคำสั่งจากผู้ใช้งาน ผู้ที่เคยใช้งาน Command Prompt บนระบบปฏิบัติการ Windows จะรู้สึกคุ้นเคยกับรูปแบบที่ปรากฏเพราะมีลักษณะในเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกัน เมื่อทดลองทำการคำนวณเบื้องต้นโดยพิมพ์ 10 + 7 แล้วกดคีย์ แnter (สำหรับ PC) หรือ return (สำหรับ Mac) เครื่องก็จะประมวลผลและให้คำตอบ 17 ทันทีในบรรทัดถัดไป และขึ้นเครื่องหมายพร้อม “>>> ” เพื่อรอรับคำสั่งต่อไป แต่เมื่อทดลองพิมพ์ตัวอักษร เช่น python ลงไปตรง ๆ ไพธอนจะรายงานข้อผิดพลาดให้เห็นทันที
บทที่ 3 เล่นกับโปรแกรม
การเขียนโปรแกรม คือ การนำเอาคำสั่งและเงื่อนไขต่าง ๆ มาจัดเรียงกันเป็นลำดับเพื่อให้คอมพิวเตอร์ดำเนินการประมวลผล โดยสามารถใช้งานได้ทันทีหรือบันทึกเป็นไฟล์เก็บไว้ใช้งานในภายหลัง ในหนังสือเรื่อง “How to Think Like a Computer Scientist : Learning with Python 3 Documentation, Release 3′ Edition” ผู้เขียนแนะนำการใช้งานโมดูล “turtle” สำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้การเขียนโปรแกรม โมดูล turtle หรือโมดูลเต่า เป็นโมดูลเกี่ยวกับการวาดภาพใช้ง่าย จัดเป็นโมดูลที่เหมาะกับการเรียนรู้หลักการทำงานของตัวโปรแกรมที่เขียน

บทที่ 4 สตริง
“สตริง (string)” ในภาษาอังกฤษ หมายถึงลักษณะของสิ่งยาว ๆ ที่มีลักษณะแบบเดียวกับเส้นเชือก ลวด ที่มักจะใช้มัดหรือผูกได้ ในภาษาคอมพิวเตอร์จะมองภาพตัวหนังสือ ตัวเลข สัญลักษณ์ใด ๆ หรือแม้แต่ช่องว่าง ที่ถูกนำมาเรียงต่อ ๆ กันเป็นแถว แนว หรือบรรทัด ว่าเป็นเส้นของตัวอักษร จึงเป็นที่มาของคำว่า สตริง
ข้อมูลประเภทสตริงจัดอยู่ใน class ‘str’ เป็นข้อมูลที่ประกอบไปด้วยตัวอักษรภายในเครื่องหมายคำพูด โดยเราสามารถประยุกต์ใช้ฟังก์ชันการคำนวณบางตัว ซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์ที่มีลักษณะจำเพาะที่ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นแบบลักษณะของสตริง ฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น type() print() int() และ float() ก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับข้อมูลแบบสตริงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ class ‘str’ เป็นโมดูลเช่นเดียวกับ turtle ต่างกันที่ class ‘str’ เป็น build-in module หรือโมดูลมาตรฐานที่ไพธอนมีอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่ง import ผนวกโมดูลเข้ามาอีก ในบทเรียนนี้เราจะเรียนรู้ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรือตัวแปรสตริงเพิ่มเติม ฟังก์ชันใด ๆ ที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานเฉพาะกับสตริงโดยตรงในภาษาไพธอนจะเรียกว่า เมท็อดสตริง (string method)

บทที่ 5 ตัวแปรกลุ่ม Tuple / List / Dictionary
ข้อมูลที่หลากหลายสามารถรวมให้เป็นกลุ่มและนำมาจัดเก็บในที่เดียวกันเป็นกลุ่มข้อมูลได้โดยข้อมูลย่อยแต่ละชนิด แต่ละชุดสามารถจำแนกออกจากกันด้วยการใช้เครื่องหมายคอมม่าคั่น ไพธอนมีโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลแบบกลุ่มอยู่หลายประเภท ในบทที่แล้วเราได้รู้จักการจัดเก็บหรือกำหนดค่าข้อมูลแบบกลุ่มให้กับตัวแปรประเภท sequence 3 ชนิด คือ Tuple ( ) List [ ] และ Dictionary { }
ตัวแปร Tuple เป็นตัวแปรประเภท sequence ที่ใช้จัดเก็บกลุ่มข้อมูลที่รวบรวมอยู่ในวงเล็บธรรมดา การกำหนดค่าข้อมูลให้กับตัวแปร Tuple สามารถทำได้ดังนี้

จะเห็นว่าโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ตัวแปร Tuple ทำให้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันเป็นกลุ่มก้อน รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลในตัวอย่างจะคล้ายกับการบันทึกประวัติบุคคลซึ่งสามารถนำมาจัดเก็บซ้อนเข้าไปเป็นชั้น ๆ ได้
บทที่ 6 การตรวจสอบเงื่อนไข
ในการใช้ชีวิตประจำวันย่อมต้องเผชิญหน้ากับสภาวะที่ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจมักจะลงเอยด้วยการเลือกทางใดทางหนึ่งจาก 2 ทางเลือกหรือมากกว่า เช่น ใช่ ไม่ใช่ ซ้าย/ขวา ไป/ไม่ไป เลือกข้อ 3 จากตัวเลือก 4 ตัวเลือก เป็นต้น กระบวนการตัดสินใจประกอบไปด้วย การกำหนดเงื่อนไข การประเมินข้อเท็จจริงตามเงื่อนไขและการเลือกตัวเลือกที่ถูกกำหนดโดยเงื่อนไข เช่น

ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เราเรียกกระบวนการเหล่านี้รวม ๆ ว่า การตรวจสอบเงื่อนไข (conditionals) การกำหนดเงื่อนไขเกิดขึ้นตอนออกแบบและเขียนโปรแกรม การประเมินข้อเท็จจริงและการเลือกตัวเลือกตามเงื่อนไขเกิดขึ้นตอนโปรแกรมทำงาน โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนำมาประเมินหาข้อเท็จจริงโดยใช้หลักการเปรียบเทียบข้อมูล ซึ่งคำตอบที่ได้ก็จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งคือไม่จริงก็เท็จ ถ้าเป็นจริงก็จะดำเนินการตามตัวเลือกที่วางแผนไว้ ถ้าไม่จริงอาจจะไม่มีการดำเนินการใด ๆ หรืออาจดำเนินการตามทางเลือกสำรองอีกทางหนึ่ง
บทที่ 7 คำสั่งวนซ้ำ
การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ในปัจจุบันมักจะใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการผลิตสินค้า โดยมีคนงานจำนวนหนึ่งคอยตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักร ตรวจคุณภาพสินค้าแต่ละชิ้นที่ถูกลำเลียงผ่านสายพานการผลิต หรือนำสินค้าบรรจุลงกล่อง ซึ่งลักษณะรูปแบบการทำงานจะเป็นลักษณะซ้ำ ๆ ความผิดพลาดย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากความอ่อนล้าของร่างกาย ในทางตรงกันข้ามโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถทำงานในรูปแบบซ้ำ ๆ กันได้อย่างดีเยี่ยม ผลการทำงานครั้งแรกเป็นอย่างไรครั้งสุดท้ายก็เป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง การทำงานซ้ำ ๆ แบบวนลูปจึงเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ทุกภาษาคอมพิวเตอร์ขาดไม่ได้ เรียกว่า iteration ในไพธอนมีคำสั่งวนซ้ำหรือวนลูปอยู่ 2 ชนิด คือ for loop และ while loop เราได้เรียนรู้ความหมายและการประยุกต์ใช้งานคำสั่ง for loop มาบ้างแล้วในบทที่ 3 บทที่ 4 และจากการประยุกต์ใช้งาน # 11 ในบทที่ 5 ซึ่งเป็นการใช้งานคำสั่ง for loop ในรูปแบบต่าง ๆ กัน เช่น
for ตัวแปรลูป in range (จำนวนเต็ม) หรือ (start, stop, step)
for ตัวแปรลูป in ตัวแปรสตริง / Tuple / List / Dictionary
แบบแรกอาจใช้เป็นเพียงการนับรอบหรือวนรอบการทำงานตามจำนวนเต็มที่กำหนดใน in range() หรืออาจจะเป็นการดึงตัวเลขที่เก็บในตัวแปรลูปแต่ละรอบมาใช้งาน ซึ่งตัวเลขจะถูกดึงออกมาตามลำดับหรือกระโดดเป็นช่วง ๆ จะถูกกำหนดโดยเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นมาภายใน in range (start, stop, step) ในกรณีที่ใส่ตัวเลขจำนวนเต็มเพียงตัวเดียวจะมีความหมายถึง stop แบบที่สองจะเป็นรูปแบบ การนำค่าที่เก็บในตัวแปรแต่ละชนิดมาใช้งนตามลำดับ โดยการวนช้ำจะสิ้นสุดเมื่อค่าภายในตัวแปรถูกดึงมาใช้งานจนครบทุกค่า การใช้งานคำสั่งวนซ้ำช่วยให้การเขียนโปรแกรมกระชับ สั้น และเข้าใจง่าย อย่างไรก็ตามคำสั่ง for loop มีข้อจำกัดในการวนซ้ำบางประการ เช่น ไม่สามารถนำมาใช้กับการทำงานที่ไม่ทราบจำนวนรอบ หรือการทำงานในแบบวนรอบต่อเนื่องไม่หยุด การแก้ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้คำสั่งวนช้ำอีกชนิด คือ while loop เข้ามาช่วย
บทที่ 8 ฟังก์ชัน
ฟังก์ชันจัดเป็นกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ถูกรวบรวมเป็นชุด ๆ โดยในแต่ละชุดจะมีการประมวลผลที่เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันในทุก ๆ ภาษาคอมพิวเตอร์ในโลกจะต้องมีฟังก์ชันสำเร็จรูปในลักษณะที่เรียกว่า build-in เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเขียนโปรแกรมทำงานและเลือกใช้ภาษาระดับสูงในการเขียนโปรแกรม แทนที่จะต้องมาจดจำหรือเรียนรู้การคำนวณหรือประมวลผลเลขฐานสองซึ่งเป็นภาษาเดียวที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ แทบจะเรียกได้ว่าชุดคำสั่งพื้นฐาน 5 รูปแบบซึ่งประกอบไปด้วย การรับข้อมูล การแสดงผลลัพธ์ การคำนวณ การตรวจสอบเงื่อนไข การทำซ้ำ ล้วนมีกระบวนการทำงานในรูปแบบ build-in function ที่ถูกเขียนขึ้นมาทั้งสิ้น
การสร้าง และเรียกใช้งานฟังก็ชันสำหรับการคำนวณหาค่ารากที่สองแบบง่ายๆ

บทที่ 9 ไฟล์
ในฐานะที่เป็นโปรแกรมเมอร์ เมื่อมีความต้องการที่จะทดสอบข้อมูลชุดหนึ่ง โปรแกรมเมอร์สามารถเขียนข้อมูลที่ต้องการทดสอบใส่ลงในเนื้อหาของโปรแกรมได้โดยตรง ซึ่งมีผลทำให้ข้อมูลที่จะใช้ทดสอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้เขียน ในการเขียนโปรแกรมให้ผู้อื่นใช้งาน โปรแกรมเมอร์อาจเขียนส่วนโปรแกรมให้ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลที่จะทดสอบทีละตัวผ่านการใช้งานคำสั่ง input() เมื่อทำการรันโปรแกรม
ผลลัพธ์ก็จะแสดงให้เห็นทางหน้าจอหรือเก็บเอาไว้ในตัวแปรเพื่อรอคำสั่งพิมพ์ผลลัพธ์ ซึ่งการนำผลลัพธ์ไปใช้งานต้องดำเนินการก่อนที่จะปิดตัวโปรแกรมหรือปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์จะถูกเก็บในหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า RAM (Random Access Memory)
และจะสูญสลายหายไปทันทีที่โปรแกรมถูกปิด การใช้วิธี copy & paste ย้ายข้อมูลโดยอาศัยฟังก์ชันที่มีอยู่แล้วในระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องใส่ลงไฟล์ประเภท Word หรือ Text เพื่อบันทึกนับเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างไรก็ตามไพธอนมีฟังก์ชันสำหรับการสร้างและบันทึกไฟล์ข้อมูลประเภท Text โดยเฉพาะ และสามารถบันทึกใส่สื่อต่าง ๆ ได้ เช่น hard drive, USB drive หรือแม้กระทั่งแผ่น CD-RW เช่นเดียวกับไฟล์ข้อมูลทั่ว ๆ ไป
บทที่ 10 การจัดการข้อผิดพลาด
ลองนึกภาพผู้ใช้โปรแกรมคนหนึ่งกำลังใช้งานโปรแกรมที่เราเขียนให้ แล้วอยู่ดี ๆ โปรแกรม ก็แสดงข้อผิดพลาด หยุดชะงัก แล้วกระเด็นหลุดออกจากตัวโปรแกรม แน่นอนว่าไม่มีโปรแกรมเมอร์คนไหนอยากจะให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โปรแกรมที่ดีจะต้องแสดงข้อผิดพลาดให้ผู้ใช้โปรแกรมรับรู้และพร้อมที่จะรับคำสั่งที่ถูกต้องใหม่โดยไม่มีการหยุดชะงักหรือหลุดออกจากตัวโปรแกรม ข้อผิดพลาดที่ได้เรียนรู้มาแล้วในบทที่ 1 มี 3 ประเภท คือ
ข้อผิดพลาดทางไวยกรณ์ ข้อผิดพลาดขณะประมวลผล และข้อผิดพลาดของผลลัพธ์ ข้อผิดพลาดทางไวยกรณ์จะต้องได้รับการแก้ไขทันที ไม่เช่นนั้นโปรแกรมก็ไม่สามารถทำงานได้ ข้อผิดพลาดขณะประมวลผลและข้อผิดพลาดของผลลัพธ์สามารถตรวจสอบได้โดยใช้ไฟล์ทดสอบที่มีข้อมูลทุกรูปแบบ แล้วทำการแก้ไขก่อนจะนำมาใช้งานจริง
กรณีที่นำออกมาใช้งานแล้วพบข้อผิดพลาดทีหลังอาจจะต้องแก้ไขด้วยการออกโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ ๆ หรือเวอร์ชันอัปเดต สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างข้อผิดพลาดขณะประมวลผลกับข้อผิดพลาดของผลลัพธ์ระหว่างการใช้งานคือ ความผิดพลาดขณะประมวลผลจะทำให้โปรแกรมหยุดชะงักและหลุดออกมา
ในขณะที่ความผิดพลาดของผลลัพธ์เพียงแต่แสดงผลที่ไม่ตรงกับค่าที่เป็นจริงหรือค่าที่คาดหวังเอาไว้โดยโปรแกรมยังคงทำงานต่อไปตามปกติการจัดการข้อผิดพลาดของโปรแกรมในบทนี้ จะเกี่ยวข้องกับการรับมือและแก้ไขข้อผิดพลาดขณะประมวลผลหรือที่เรียกว่า exceptions
บทที่ 11 โปรแกรมเชิงวัตถุ

โปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming) หรือ OOP เป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดมาจากสถาบัน MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ต่อเนื่องถึงต้นทศวรรษที่ 60 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้สรรค์สร้างชอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ออกมา การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็วของซอฟต์แวร์ทั้งทางด้านขนาดและความซับซ้อน ทำให้สามารถพัฒนาต่อยอดโปรแกรมที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ OOP เป็นรูปแบบโปรแกรมที่มีใช้ในเกือบจะทุกภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น C++, Java, Python ฯลฯ
บทที่ 12 วินโดว์และกราฟิก
Graphic User Interface เนื่องจากภาษาไพธอนเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ ผู้เขียนโปรแกรมมือใหม่จึงสามารถจดจำศัพท์เทคนิคและรูปแบบของภาษาได้ไวและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาเฉพาะด้านในงานของตนเองได้ ในกรณีการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้งานเอง
ผู้ใช้งานมักจะไม่ค่อยมีปัญหากับรูปแบบการรันโปรแกรม การป้อนข้อมูล และการแสดงผลบนหน้าจอในลักษณะที่เป็นบรรทัดต่อบรรทัด แต่ในกรณีการเขียนโปรแกรมให้ผู้อื่นใช้งาน ทั้งผู้เขียนและผู้ใช้โปรแกรมอาจจะเกิดความรู้สึกไม่ประทับใจเมื่อเทียบกับการใช้งานโปรแกรมในลักษณะที่เป็นหน้าต่างหรือวินโดว์ ลักษณะโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือส่วนของโปรแกรมที่แสดงภาพบนจอในรูปแบบภาพกราฟิกของวินโดว์และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับตัวโปรแกรมหลัก
โดยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาได้โดยง่าย เรียกว่า Graphic User Interface (GUI) ในภาษาไพรอนเองก็มีโมดูลมาตรฐานที่ช่วยให้ผู้เขียนโปรแกรมสามารถนำมาใช้พัฒนาการแสดงผลบนจอแบบ GUI ของตัวเองได้เรียกว่า tkinter (tk interface)
บทที่ 13 โมดูล Regular Expressions

Regular Expressions (RE) คือ ลำดับของตัวอักษรที่กำหนดรูปแบบการค้นหา ซึ่งมักจะนำมาประยุกต์ใช้กับอัลกอลิทีมเพื่อช่วยค้นหาตัวอักษร คำ ประโยค หรือสตริงที่ต้องการในลักษณะที่ยืดหยุ่นกว่าการค้นหาแบบปกติ บางครั้งอาจพบเห็นเป็นคำย่อ เช่น RE หรือ REGEX โมดูล RE จัดเป็นโมดูลที่มีใช้ในเกือบทุกภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคหลัง ๆ แต่ละภาษาก็จะมีรายละเอียดทางไวยกรณ์ที่แตกต่างกันไป โดยรูปแบบการใช้งาน RE ในไพธอนกับในภาษาเพิร์ล (Perl) จะมีความใกล้เคียงกัน RE ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานค้นหาที่หลากหลาย
การประยุกต์ใช้ RE ทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพสามารถพบเห็นได้บ่อยในงานชีววิทยาโมเลกุล เช่น การค้นหาส่วนของโปรตีนที่ทำหน้าที่เฉพาะ (protein domain) การค้นหาตำแหน่งการตัดของเอนไซม์ตัดจำเพาะบนสาย DNA (restriction site หรือ recognition site)
เอกสารอ้างอิง
Peter Wentworth1, Jeffrey Elkner2, Allen B. Downey3 and Chris Meyers4. (2020). How to Think Like a Computer Scientist : Learning with Python 3 Documentation. (3rd ed.).
Rocha, M., & Ferreira, P. G. (2018). Bioinformatics Algorithms: Design and Implementation in Python. Academic Press.
Related Content
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บทความและข่าวสารที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

JASP คืออะไร? คู่มือโปรแกรม JASP สำหรับวิเคราะห์สถิติและงานวิจัย
JASP คืออะไร? JASP คือโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบ...
อ่านต่อ
บริหารให้ทันโลกดิจิทัล Key Insight จาก Contemporary Management and Digital Disruption
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสน...
อ่านต่อ
เปิดมุมมองใหม่ของ “โลจิสติกส์” ผ่านเครือข่ายการเดินทางในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เมื่อพูดถึง “โลจิสติกส์” หลายคนอาจนึกถึงคลังสินค้า การข...
อ่านต่อประวัติศาสตร์ สังคม เมืองพิษณุโลก พ.ศ. 2475–2503
หากกล่าวถึง “พิษณุโลก” หลายคนอาจนึกถึงเมืองประวัติศาสตร...
อ่านต่อ