ถ้อยคำสำนวนจาก ปกรณัมคลาสสิก รวบรวมคำศัพท์และสำนวนในภาษาอังกฤษจากตำนานเทพเจ้าและวีรบุรุษของชาวกรีกและชาวโรมันโบราณที่ยังพบการใช้งานแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน นำมาอธิบายด้วยการเล่าย้อนไปยังตำนานต้นกำเนิด พร้อมยกตัวอย่างการใช้จริงในภาษาอังกฤษผู้อ่านจะได้เพลิดเพลินไปกับเรื่องราวหลากรสจากเทพปกรณัมคลาสสิกพร้อมกับได้ทราบประวัติและซึมซับวัฒนธรรมการใช้ภาษาที่เปี่ยมพลวัต สามารถจะเปลี่ยนพระเอก เช่น เจ้าชายเฮคเทอร์ ให้กลายเป็นผู้ร้ายขี้เกเรไปได้หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่รักการอ่านบันเทิงคดีแต่ก็หวังจะได้กอบโกยสาระดี ๆ ไปด้วย
ถ้อยคำสำนวนจากปกรณัมคลาสสิก ผู้เขียนได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเทพปกรณัมคลาสสิกโดยละเอียดเป็นครั้ง แรกเมื่อเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบรายวิชา ก็รู้สึกได้ว่าตนเองมีทักษะในการร้อยเรียง เรื่องเล่าเป็นภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมาก ครั้นเมื่อมีประสบการณ์การใช้ภาษาอังกฤษ มากขึ้นในอีกหลาย ๆ ปีหลังจากนั้นจึงได้ตระหนักว่าความรู้เกี่ยวกับตํานานคลาสสิก ไม่ใช่เป็นเพียงใบเบิกทางทางวัฒนธรรมตะวันตกเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐาน การทําความเข้าใจภาษาตะวันตก และเป็นการแสดงผลเชิงประจักษ์ของการศึกษา วรรณคดีที่เอื้ออํานวยต่อการเรียนรู้และซึมซับทั้งวัฒนธรรมและภาษาไปพร้อม ๆ กัน

ในการทํางานเป็นอาจารย์ประจําภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบรายวิชา เทวตํานานกรีก และโรมันวัตถุประสงค์ข้อหนึ่งของรายวิชาปกรณัมกรีกและโรมันที่ผู้เขียน รับผิดชอบ ก็คือการทําให้ผู้เรียนสามารถทําความเข้าใจกับถ้อยคําสํานวนในภาษา อังกฤษที่มีที่มาจากปกรณัมคลาสสิกที่ได้ร่ำเรียนไปในรายวิชานี้ และสามารถเอาไป ใช้ทั้งในการรับรู้และการผลิตภาษาได้อย่างถูกต้อง ในระยะแรก ๆ ผู้เขียนรวบรวม ถ้อยคําสํานวนจากปกรณัมกรีกและโรมันและมอบหมายให้ผู้เรียนจับฉลากเพื่อนํา เสนอที่มาที่ไปของการใช้ภาษานั้นและยกตัวอย่างการนําเอามาปรับใช้ในภาษาอังกฤษ ในปัจจุบัน ผลงานที่ออกมามีคุณภาพต่าง ๆ กันไป บางคนเตรียมตัวค้นคว้าและ นําเสนอมาเป็นอย่างดี สามารถให้ความกระจ่างและเพิ่มพูนความรู้ให้กับเพื่อน ๆ ในห้องได้ แต่ผู้เรียนจํานวนมากติดกับดักวัฒนธรรมตัดแปะและนําเสนองานที่คัด ๆ ลอก ๆ มาจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ อย่างขาดความเข้าใจและไม่สามารถให้ความกระจ่าง หรือเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับผู้ฟังในห้องได้เลย ส่งผลให้เพื่อนร่วมชั้นขาด ความสนใจและเข้าร่วมการนําเสนออย่างแกน ๆ ไร้ความคาดหวังใด ๆ และแทบไม่ ได้ประโยชน์อะไรกลับไป ในระยะหลัง ผู้เขียนแก้ปัญหานี้ด้วยการนําเสนอถ้อยคํา สํานวนเหล่านี้ด้วยตนเองทั้งหมด โดยใช้การสอนแนวปุจฉา-วิสัชนา ตามวิถีปรัชญา กรีกโบราณ แม้จะพอมั่นใจได้ว่าได้ควบคุมคุณภาพของสิ่งที่นําเสนอได้พอสมควร แต่เวลาที่จํากัดก็ทําให้ไม่สามารถจะให้ความกระจ่างและยกตัวอย่างประกอบใน ทุก ๆ ประเด็นได้

ผู้เขียนจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือ ถ้อยคําสํานวนจากปกรณัมคลาสสิก เล่มนี้จะช่วยเติมเต็มความรู้ทางภาษาให้กับผู้เรียนปกรณัมกรีกและโรมันแบบไม่มี ข้อจํากัดด้านเวลาในชั้นเรียน และเป็นสะพานเชื่อมเรื่องราวจากตํานานคลาสสิก กับความเข้าใจถ้อยคําและสํานวนบางส่วนในภาษาอังกฤษสําหรับผู้สนใจทั่วไป
หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายความหมายของคําศัพท์และสํานวน ภาษาอังกฤษที่มีที่มาจากปกรณัมกรีกและโรมัน และที่ยังมีการใช้งานแพร่หลายกัน อยู่ในปัจจุบัน เรียบเรียงขึ้นมาเพื่อให้อ่านได้ทั้งนิสิตนักศึกษาในรายวิชาเกี่ยวกับ ปกรณัมกรีกและโรมันและบุคคลผู้สนใจโดยทั่วไป โดยจะอ่านเรียงหน้าหรือพลิกอ่าน เจาะจงเฉพาะถ้อยคําและสํานวนที่สนใจก็ย่อมได้ เพื่อให้ข้อมูลที่นําเสนอมีสาระ ที่เกี่ยวข้อง ตรงประเด็น แต่ไม่เป็นวิชาการจนแน่นน่าอึดอัด ผู้เขียนจึงตัดสินใจ ไม่ใส่ข้อมูลทางภาษาบางอย่าง เช่น ชนิดของคํา (Part of Speech) และคําอ่าน แบบสัทอักษร (Phonetic Symbols) โดยยกตัวอย่างการใช้งานในระดับประโยค สําหรับทุกถ้อยคําสํานวนที่ได้คัดเลือกรวบรวมมา และระบุชนิดของคําในคําอธิบาย เมื่อคําคํานั้นมีการผันเพื่อนําไปใช้งานได้หลากหลาย แทนการระบุชนิดของคํา ในทุก ๆ รายการ
ในการถอดเสียงชื่อเฉพาะในภาษากรีกและโรมัน ผู้เขียนยึดการสะกดคํา ตามการอ้างอิงจากหนังสือ ปกรณัมปรัมปรา ที่รองศาสตราจารย์นพมาส แววหงส์ ได้แปลไว้ด้วยภาษาที่ไพเราะยิ่งจากหนังสือเรื่อง Mythology ของเอดิธ แฮมิลตัน (แฮมิลตัน, 2562) และได้กลายมาเป็นหนังสืออ่านประกอบที่เป็นที่นิยมในรายวิชา เทพปกรณัมในบรรดาผู้เรียนชาวไทย ในกรณีของคําที่ไม่ปรากฏการถอดเสียง เป็นภาษาไทยในหนังสือเล่มดังกล่าว ผู้เขียนใช้การถอดเสียงโดยเทียบเคียงกับคํา ที่มีการถอดเสียงเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วเพื่อเลี่ยงความสับสนที่อาจเกิดขึ้น และในกรณี นอกเหนือจากนั้นจึงใช้การถอดเสียงที่ใกล้เคียงการออกเสียงจริง

เพื่อให้การอธิบายเรื่องราวจากปกรณัมมีความเป็นเอกภาพและเป็นระบบ เดียวกันตลอดทั้งเล่ม ผู้เขียนเลือกที่จะใช้การกล่าวถึงชื่อเทพเจ้าและบุคคลในปกรณัม โดยใช้ชื่อภาษากรีก โดยจะระบุคําว่า ชื่อโรมัน หรือ นามโรมัน ประกอบ หากสํานวนนั้น ๆ ประกอบขึ้นมาจากชื่อโรมัน (หรือภาษาละติน) ของเทพเจ้าหรือวีรบุรุษในตํานาน และแม้ว่าชื่อโรมันนั้นอาจจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากกว่าก็ตาม เช่น การใช้ชื่อกรีก เฮราคลิส (Heracles) แทนชื่อ เฮอร์คิวลิส (Hercules) ซึ่งเป็นชื่อโรมันของวีรบุรุษผู้นี้

ท้ายที่สุด เพื่อความสะดวกในการค้นหาคําและสํานวน ผู้เขียนจึงเรียง ลําดับถ้อยคําและสํานวนที่คัดเลือกมาอธิบายตามลําดับอักษร จาก A ถึง Z โดยดูจาก คําสําคัญคําแรกในสํานวนนั้น ๆ สํานวนที่ขึ้นต้นด้วยคํากริยาจะมีคําว่า To (หรือ To be ในรูปกรรมวาจก) นําหน้า เพื่อความชัดเจนในการนําไปใช้งาน แต่จะถูก เรียงไว้ในหมวดของตัวอักษรแรกของคําถัดไป เช่น (To be) struck by Cupid’s arrow จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดอักษร S ในทํานองเดียวกัน คํานามที่ขึ้นต้นด้วย A หรือ The ก็จะถูกจัดไว้ในหมวดของตัวอักษรแรกของคําถัดไป เช่น (A) took that could turn you to stone ถูกจัดไว้ในหมวดอักษร L ส่วน (The) face that launched a thousand ships ถูกจัดไว้ในหมวดอักษร F ฯลฯ หากมีเรื่องเล่าจาก ปกรณัมเพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้องกับถ้อยคําและสํานวนหนึ่ง ๆ แต่ไม่ใช่แหล่งที่มา ของถ้อยคําและสํานวนนั้น ๆ โดยตรง และได้มีการเล่าและอธิบายไว้ในส่วนอื่น ๆ ของหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้ระบุไว้ในวงเล็บ เช่น (ดู Olympian) เพื่อให้ผู้อ่านได้พลิก ไปอ่านรายการในวงเล็บเพิ่มเติมตามอัธยาศัย
Achilles’ heel
คำอ่าน /อะ-คิล-ลิส-ฮีล/
ความหมาย จุดอ่อน ข้อด้อย ข้อบกพร่องที่นำ ไปสู่หายนะ จุดจบหรือความพ่ายแพ้
เรื่องเล่าจากปกรณัม
อะคิลลิส เป็นวีรบุรุษนักรบชาวกรีกที่เกรียงไกรที่สุดในมหาสงคราม กรุงทรอย เขาเป็นโอรสของกษัตริย์เพลีอัสและพรายทะเลที่ชื่อว่าเธทิส เมื่อแรกเกิด เทพพยากรณ์ได้ให้คําทํานายไว้ว่า อะคิลลิสจะเติบโตขึ้นเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่และ เป็นนักรบที่เก่งฉกาจที่สุด แต่จะจบชีวิตลงในการสู้รบที่กรุงทรอย ด้วยความหวัง ที่จะปกป้องบุตรชาย มารดาของเขาจึงชุบตัวทารกน้อยในแม่น้ําสติกซ์ซึ่งมีสายน้ํา เป็นสีดําสนิท มีสรรพคุณในการทําให้ร่างกายทนต่อภยันตราย ทั่วสรรพางค์กาย ของอะคิลลิสนั้นจึงมีความคงกระพัน สามารถต้านทานศาสตราวุธทั้งปวง มีเพียง บริเวณส้นเท้าของเขาเท่านั้นที่ไม่ได้สัมผัสกับน้ําวิเศษเพราะเป็นบริเวณที่เธทิสกุมเอา ไว้ในขณะที่ลุ่มตัวบุตรชายลงในแม่น้ํา และบริเวณส้นเท้าของอะคิลลิสนี้เองได้กลาย มาเป็นจุดเปราะบางที่อาวุธสามารถทําร้ายเขาได้ ในสงครามกรุงทรอย เมื่อเจ้า ชายปารีสแห่งกรุงทรอยแผลงศรมาปักที่จุดอ่อนของอะคิลลิสเข้าพอดี เขาก็ล้มลงสิ้นใจ ในสนามรบนั้นเอง (Daly, 2009, p. 2; Hamilton, 1999, pp. 201-202: Howatson, 2011, pp. 4-5; Roman & Roman, 2009, pp. 7-9)

ตัวอย่าง
Supachai was a hard-working employee, but he never talks to his colleagues! His lack of social skills was his Achilles’ heel. He was never promoted above the administrative level because he was not a team worker
ศุภชัยเป็นพนักงานที่ขยันขันแข็ง แต่เขาไม่เคยพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเลย ความไร้ซึ่งทักษะสังคมนี้เป็นจุดอ่อนของเขา เขาไม่เคยได้เลื่อนตําแหน่งไปสูงกว่า พนักงานธุรการ เพราะเขาทํางานเป็นทีมไม่ได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุษา พัดเกตุ
คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
Related Content
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บทความและข่าวสารที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

JASP คืออะไร? คู่มือโปรแกรม JASP สำหรับวิเคราะห์สถิติและงานวิจัย
JASP คืออะไร? JASP คือโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบ...
อ่านต่อ
บริหารให้ทันโลกดิจิทัล Key Insight จาก Contemporary Management and Digital Disruption
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสน...
อ่านต่อ
เปิดมุมมองใหม่ของ “โลจิสติกส์” ผ่านเครือข่ายการเดินทางในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เมื่อพูดถึง “โลจิสติกส์” หลายคนอาจนึกถึงคลังสินค้า การข...
อ่านต่อประวัติศาสตร์ สังคม เมืองพิษณุโลก พ.ศ. 2475–2503
หากกล่าวถึง “พิษณุโลก” หลายคนอาจนึกถึงเมืองประวัติศาสตร...
อ่านต่อ
